1 ก.ย. 69 - รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรองคณะสมาชิกสภาแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย แลกเปลี่ยนแนวทางส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี พร้อมสนับสนุนเยอรมนีเข้าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ของสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) และเตรียมสานต่อความร่วมมือในการประชุมที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 69

image

          นางสาวสตีจิตร ไตรพิบูลย์สุข รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นางสาวชมพูนุช ชมภูคำ อัครราชทูต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นางฟรานซิสกา มุลเลอร์-เรค (Franziska Muller-Rech ) สส.จากพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และประธานคณะกรรมาธิการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งสภาแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย รวมทั้งคณะสมาชิกสภาแห่งรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ผู้แทนมูลนิธิเยอรมัน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเยอรมนี โดยเฉพาะความสัมพันธ์ในระดับรัฐสภา ณ ห้องรับรองพิเศษ 203 อาคารรัฐสภา
          นางสาวสตีจิตร กล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยและรัฐสภาเยอรมนีมีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยที่ผ่านมามีการแลกเปลี่ยนการเยือนและพบปะหารือระหว่างผู้แทนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือระหว่างสองฝ่ายที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกระชับความสัมพันธ์ผ่านกรอบความร่วมมือระหว่างสมาชิกรัฐสภาอาเซียนและเยอรมนี ประเทศเยอรมนีได้ยื่นความจำนงขอเข้าเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ในสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนการเข้าเป็นสมาชิกผู้สังเกตการณ์ของเยอรมนีอย่างเต็มที่ เนื่องจากไทยและกลุ่มประเทศในอาเซียนมีความสัมพันธ์อันดีและแน่นแฟ้นกับเยอรมนีมาอย่างยาวนาน ซึ่งฝ่ายไทยจะใช้โอกาสในการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) ที่จะจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ในปี 2569 นี้ เป็นเวทีสานต่อความร่วมมือดังกล่าว โดยหวังว่าทั้งสองประเทศจะได้เข้าพบปะและหารือร่วมกับคณะผู้แทนจากเยอรมนีอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือกรอบแนวทางความร่วมมือที่ครอบคลุมและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทั้งสองฝ่ายต่อไป
          ทั้งนี้ ไทยและเยอรมนีมีความสัมพันธ์อันดีในมิติทางการเมืองและความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเยอรมนีเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่ให้ความสำคัญและติดตามพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือในกรอบพหุภาคี และส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายมิติ ทั้งด้านการค้าและเศรษฐกิจ การรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และการเคารพสิทธิของแต่ละประเทศในการกำหนดและเลือกพันธมิตรของตนเองอย่างเสรี อย่างไรก็ตามการแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐสภาไทยและเยอรมนีถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศ และเป็นช่องทางในการขยายความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ ที่มีความสำคัญต่อประชาชนและประชาคมระหว่างประเทศต่อไป


คริส พุทธชาติ  /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ