นายสุทนต์ กล้าการขาย โฆษก (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา พร้อมคณะ แถลงความคืบหน้าการพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อจัดทำรายงานและข้อสังเกตเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา สำหรับใช้ประกอบการพิจารณาภายหลังสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายในวาระ 2 และวาระ 3 ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน นี้ โดยกล่าวว่าหัวใจสำคัญของการพิจารณาไม่ได้อยู่เพียงว่าหน่วยงานใดได้รับงบประมาณเท่าใด แต่ต้องพิจารณาว่างบประมาณสามารถแก้ไขปัญหาและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ประชาชนได้มากน้อยเพียงใด สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 รัฐบาลกำหนดวงเงินงบประมาณไว้ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อน 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2 โดยประมาณการรายได้สุทธิไว้ที่ 3 ล้านล้านบาท และกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 788,000 ล้านบาท คณะ กมธ.ให้ความสนใจเป็นพิเศษในเรื่องตัวเลขโครงสร้างงบประมาณ ซึ่งรายจ่ายประจำอยู่ที่ประมาณ 2.786 ล้านล้านบาท หรือร้อยละ 73.6 ของวงเงินงบประมาณ เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ขณะที่รายจ่ายลงทุนอยู่ที่ 789,171 ล้านบาท หรือร้อยละ 20.8 ลดลงร้อยละ 8.4 จากงบประมาณปีที่ผ่านมา
นายสุทนต์ กล่าวว่า คณะกมธ.มีข้อสังเกตในภาพรวม ได้แก่ การรักษาวินัยและความยั่งยืนทางการคลัง การยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐ การจัดงบประมาณให้แม่นยำ ตรงเป้าหมาย และคุ้มค่า รวมถึงเปลี่ยนการติดตามงบประมาณจากการเบิกจ่ายไปสู่การติดตามผลลัพธ์ โดยประเมินผลกระทบและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม นอกจากนี้ เห็นควรใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ลดความซ้ำซ้อนของระบบ เชื่อมโยงข้อมูล และยกระดับบริการประชาชน รวมถึงกระจายประโยชน์ของงบประมาณสู่ประชาชนและพื้นที่ โดยเชื่อมโยงการใช้จ่ายกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คณะกมธ.เห็นว่าควรพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ผลตอบแทน ภาระทางการคลัง และความต้องการใช้บริการที่แท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดการลงทุนสูงเกินความจำเป็นและก่อให้เกิดภาระระยะยาว
นายสุทนต์ กล่าวว่า สิ่งที่คณะกมธ.เน้นย้ำ คือ การพิจารณางบประมาณไม่ควรจบเพียงความเห็นชอบ แต่ต้องมีการติดตามผลหลังจากงบประมาณถูกนำไปใช้แล้ว โดยต้องก้าวข้ามคำถามว่าหน่วยงานได้รับงบประมาณเท่าใด ไปสู่คำถามว่าประชาชนได้รับอะไรจากงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรร ทั้งนี้ เป้าหมายของคณะกมธ.ไม่ใช่เพียงการเสนอให้เพิ่มหรือลดงบประมาณ แต่ต้องการผลักดันให้การใช้จ่ายงบประมาณของประเทศตรงเป้าหมาย โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีความคุ้มค่า และเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อประชาชน สำหรับขั้นตอนต่อไปคณะกมธ.จะเสนอรายงานการพิจารณาศึกษาและข้อสังเกตต่อที่ประชุมวุฒิสภา เพื่อเสนอไปยังรัฐบาลต่อไป
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง