นายกรัฐมนตรี ประชุมทีมประเทศไทย ที่กรุงโตเกียว ย้ำความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง

ทัดดาว ทองอิ่ม

21 ก.ย. 2569 13:30 น.5 ครั้ง
แชร์LINE
นายกรัฐมนตรี ประชุมทีมประเทศไทย ที่กรุงโตเกียว ย้ำความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง

21 ก.ย. 69 - นายกรัฐมนตรี ประชุมทีมประเทศไทย ที่กรุงโตเกียว ย้ำความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นยังแข็งแกร่ง มั่นใจนักลงทุนญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับประเทศไทย พร้อมผลักดันความร่วมมืออุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงานสะอาด ควบคู่การปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมทีมประเทศไทยในญี่ปุ่น ณ โรงแรม Imperial Tokyo กรุงโตเกียว ซึ่งเป็นภารกิจช่วงแรกก่อนเดินทางต่อไปยังนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 หรือ UNGA81

การประชุมมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว นายระพีพงศ์ บรรจงศิลป กงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า นายโกศล สถิตธรรมจิต กงสุลใหญ่ ณ นครฟุกุโอกะ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน แม้ภาพการลงทุนของญี่ปุ่นในประเทศไทยปัจจุบันอาจไม่อยู่ในระดับเดียวกับอดีต หรือมีการชะลอตัวในบางช่วง แต่ควรมองบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย เนื่องจากประเทศไทยพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศลงในหลายด้าน

สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น นายกรัฐมนตรีระบุว่า อุตสาหกรรมโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้การแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีน แต่จากการหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ฝ่ายญี่ปุ่นได้ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยทั้งหมด

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงโอกาสความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด โดยญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ขณะที่ไทยเองกำลังผลักดันนโยบายในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ แม้ปัจจุบันยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ให้ความสำคัญกับ การปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทั้งไทยและญี่ปุ่นเผชิญร่วมกัน โดยระบุว่า ไทยได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินผิดปกติ และเห็นโอกาสในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อสกัดเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าว ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยได้เดินหน้ามาตรการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อปราบปรามสแกมเมอร์ นอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงมาตรการสกัดบัญชีม้าและเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์

นายกรัฐมนตรี แสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยความสัมพันธ์และความคุ้นเคยระหว่างไทยกับญี่ปุ่นที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับศักยภาพของประเทศไทยทั้งด้านฐานการผลิต พลังงาน และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ญี่ปุ่นจะยังคงร่วมมือและลงทุนในประเทศไทยต่อไป พร้อมเดินหน้าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้สอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง