พรรคประชาชน ขอรัฐบาลทบทวนกฎหมายสถานบริการ วางระบบเศรษฐกิจกลางคืน-ตรวจสอบข้อร้องเรียนในภูเก็ต

ทัดดาว ทองอิ่ม

23 ก.ย. 2569 11:15 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
พรรคประชาชน ขอรัฐบาลทบทวนกฎหมายสถานบริการ วางระบบเศรษฐกิจกลางคืน-ตรวจสอบข้อร้องเรียนในภูเก็ต

23 ก.ย.69 - สส.พรรคประชาชน แสดงความผิดหวัง นายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรองร่าง พ.ร.บ.สถานบริการ ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน ชี้กฎหมายเดิมไม่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เสนอจัดระเบียบเศรษฐกิจกลางคืนอย่างเป็นระบบ พร้อมขอให้ตรวจสอบข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการใน จ.ภูเก็ต ปมเรียกรับผลประโยชน์

นายภัณฑิล น่วมเจิม และ นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน ร่วมแถลงแสดงความผิดหวังกรณีนายกรัฐมนตรีไม่ให้คำรับรองร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานบริการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินที่เสนอโดย สส.พรรคประชาชน

นายภัณฑิล กล่าวว่า พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และรูปแบบการประกอบธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเสนอให้ปรับปรุงคำนิยามให้ครอบคลุมธุรกิจในปัจจุบัน รวมทั้งกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทในการควบคุม ตรวจสอบ และออกใบอนุญาต เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดและเข้าใจบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ เห็นว่าการจัดระเบียบเศรษฐกิจกลางคืนควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่จำกัดเพียงการพิจารณาขยายเวลาเปิดและปิดสถานบริการ แต่ต้องครอบคลุมการพัฒนาระบบขนส่ง มาตรการด้านความปลอดภัย การควบคุมเสียงรบกวน และการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กันไป

นายภัณฑิล ตั้งคำถามว่าหากรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจกลางคืน เหตุใดจึงไม่ให้คำรับรองร่างกฎหมายดังกล่าว ขณะที่ยังไม่มีร่างกฎหมายของรัฐบาลมาทดแทน พร้อมเห็นว่าการใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันอาจทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้ และเปิดช่องให้มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ตามมา

ด้าน นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่าได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการสถานบันเทิงบางส่วนในจังหวัดภูเก็ตเกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ โดยผู้ร้องเรียนระบุว่าแม้สถานบริการบางพื้นที่จะได้รับอนุญาตให้เปิดบริการได้ถึงเวลา 04.00 น. ตามกฎกระทรวง แต่ยังมีผู้ประกอบการบางรายอ้างว่าถูกเรียกเก็บเงินเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ และตามข้อร้องเรียนดังกล่าว มีการกล่าวอ้างถึงการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และผู้ประกอบการที่ไม่ยินยอมจ่ายเงินอาจถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดในประเด็นต่าง ๆ ทั้งอายุของผู้เข้าใช้บริการ ยาเสพติด และการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานบริการ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง

นายเฉลิมพงศ์ จึงขอให้นายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อร้องเรียนดังกล่าว พร้อมดูแลให้ผู้ประกอบการที่ประสงค์ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และรูปแบบการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง