นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การต้อนรับกลุ่มงานสาธารณสุขจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา กว่า 80 คน ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียนรู้แนวทางการบำบัดฟื้นฟู ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และฝึกทักษะอาชีพก่อนกลับคืนสู่สังคม
นายโสภณ กล่าวว่า กลุ่มที่เดินทางมาศึกษาดูงานครั้งนี้เป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขระดับจังหวัด รวมถึงสาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อศึกษาการบำบัดและแก้ไขปัญหายาเสพติด ภายใต้โครงการ “รวมพลังรักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และอีก 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอหนองหงส์ อำเภอคูเมือง อำเภอพุทไธสง อำเภอนาโพธิ์ และอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งดำเนินการนำร่องมาแล้วกว่า 2 ปี โครงการดังกล่าวเป็นรูปแบบการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การบำบัดฟื้นฟู การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมและฝึกทักษะอาชีพ เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับไปดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและไม่กลับไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก พร้อมมองว่าแนวทางดังกล่าวสามารถเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดของรัฐบาล
นายโสภณ กล่าวถึงปัญหาของผู้เข้ารับการบำบัดว่า พบทั้งเด็กอายุ 13-14 ปี โดยบางกรณีมีปัจจัยจากสภาพครอบครัว เช่น พ่อแม่หย่าร้าง ทำให้เด็กต้องอาศัยอยู่กับตาหรือยาย จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เน้นเฉพาะการบำบัดรักษาเท่านั้น ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรมีการเตรียมแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดในภาพรวม และจะผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในสมัยประชุมนี้ เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นประเด็นสำคัญ โดยจากการทำงานพบว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพื้นที่นำปัญหายาเสพติดเข้าหารือในสภาแทบทุกวัน
ด้านนายแพทย์อนุรักษ์ สารภาพ สาธารณสุขจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีหลายรูปแบบ แต่ที่ผ่านมาอาจยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนว่าแนวทางใดจะประสบความสำเร็จจนสามารถนำไปเป็นต้นแบบได้อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาดูงานที่อำเภอลำปลายมาศ ได้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของผู้นำในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะเป้าหมายที่ต้องการให้ลูกหลานปลอดจากยาเสพติด รวมถึงการดูแลด้านการรักษาและส่งเสริมอาชีพ โดยบางรายหลังผ่านการบำบัดสามารถไปสอบเข้ารับราชการได้ แนวทางของอำเภอลำปลายมาศมีความชัดเจนและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ได้ เนื่องจากเป็นการบูรณาการการทำงานในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการกำหนดไว้ในเอกสาร พร้อมระบุว่า ในส่วนของงบประมาณเชื่อว่าไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ ขึ้นอยู่กับแต่ละจังหวัดว่าจะนำแนวทางดังกล่าวไปดำเนินการหรือไม่
ทีมงานประธานรัฐสภา /ข้อมูลและภาพ
