นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรอง นางสาวจูลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayhan) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองพิเศษ 205 ชั้น 2 โซนกลาง อาคารรัฐสภา ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร
นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนขอแสดงความยินดีและต้อนรับเอกอัครราชทูตตุรกีฯ ในโอกาสที่เข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทยครบรอบ 1 ปี โดยไทยและตุรกีมีความสัมพันธ์อันดีและยาวนานตั้งแต่สมัยอยุธยาถึงรัตนโกสินทร์ รวมถึงมีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการครบ 68 ปี ในส่วนของความร่วมมือทางรัฐสภา รัฐสภาไทยกำลังเร่งจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-ตุรกี ชุดใหม่ หลังจากชุดเดิมหมดวาระลง เพื่อสานต่อกลไกความร่วมมือที่มีมานานกว่า 33 ปี
นอกจากนี้ ประธานรัฐสภาได้แสดงความขอบคุณรัฐบาลตุรกีที่มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขอบคุณชาวตุรกีที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ตลอดจนชื่นชมบทบาทของรัฐบาลและประธานาธิบดีตุรกีในการแสวงหาสันติภาพและลดความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สอดคล้องกับนโยบายการต่างประเทศของไทยในการสร้างสมดุลและส่งเสริมความสงบสุข
ด้าน นางสาวจูลีเด คายือฮัน (H.E. Ms. Julide Kayhan) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตรกีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ตนรู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของประธานรัฐสภา โดยตุรกีถือว่าไทยเป็นมิตรประเทศที่ใกล้ชิดพิเศษ และให้ความสำคัญกับการทูตเชิงรัฐสภาอย่างมาก ซึ่งรัฐสภาตุรกีมีการจัดตั้งกลุ่มมิตรภาพร่วมกับประเทศต่าง ๆ ถึง 147 ประเทศทั่วโลก พร้อมทั้งยินดีที่ได้มีส่วนร่วมสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย
เอกอัครราชทูตตุรกีฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของตุรกีในการส่งเสริมทุนการศึกษาแก่นักศึกษาไทยในทุกระดับชั้น การเปิดรับการลงทุนของไทยในตุรกี ตลอดจนการสนับสนุนนักลงทุนตุรกีเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในกลุ่มธุรกิจพลังงานและเทคโนโลยี เพื่อสร้างความสมดุลทางดุลการค้าของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ตุรกียังมีความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและระบบความรู้ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอันล้ำสมัยให้แก่กองทัพไทยอีกด้วย
พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่าย ยังได้เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันผลักดันและยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและตุรกีไปสู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership) ให้ประสบความสำเร็จภายในปี ค.ศ. 2028 หรือปี พ.ศ. 2571 รวมถึงการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ตลอดจนร่วมมือกันสนับสนุนสันติภาพและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในระดับสากล
และในช่วงท้ายของการหารือ เอกอัครราชทูตตุรกีฯ ได้กล่าวเรียนเชิญประธานรัฐสภาเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐตุรกีอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งตุรกีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเรียนเชิญประธานรัฐสภาร่วมงานฉลองวันชาติสาธารณรัฐตุรกีซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ จะจัดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม นี้ ซึ่งประธานรัฐสภา ได้ตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี พร้อมอวยพรให้การปฏิบัติภารกิจของเอกอัครราชทูตตุรกีฯ ในประเทศไทยประสบความสำเร็จราบรื่นทุกประการ
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
