นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการด้านนิติบัญญัติ ครั้งที่ 14/2569 เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องประชุม 501 สำนักกฎหมาย ชั้น 5 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
ประธานรัฐสภา กล่าวว่า การพิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายยาเสพติด ขณะนี้ใกล้ที่จะแล้วเสร็จ และหากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง รวมถึงแนวทางการทำงานของรัฐบาล จำเป็นต้องขับเคลื่อนผ่านกลไกทางกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาตนได้แถลงต่อประชาชนว่า จะผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม หากกฎหมายที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนสามารถผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้จะถือเป็นผลงานและความภาคภูมิใจของรัฐบาลชุดนี้ รวมถึงคณะกรรมการฯ และหน่วยงานด้านนิติบัญญัติ ดังนั้น ตนจึงขอให้มีการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อเปิดกว้างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำและปรับปรุงกฎหมาย ให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด
ประธานรัฐสภา กล่าวถึงการลงพื้นที่ศึกษาดูงานในหลายพื้นที่ที่ผ่านมาว่า ได้นำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน หนึ่งในแนวคิดที่นำมาพิจารณา คือ การจัดทำศูนย์บำบัดยาเสพติด และการแบ่งสัดส่วนผู้ติดยาเสพติดตามสภาพปัญหา เพื่อออกแบบมาตรการและกฎหมายให้มีความเข้มข้น เหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ส่วนกรณีกฎหมายการควบคุมกัญชานั้น ประธานรัฐสภา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันเพียงพอสำหรับประเทศไทยแล้วหรือไม่ หรือจำเป็นต้องทบทวนแนวทางการนำกัญชาออกจากกฎหมายยาเสพติด พร้อมย้ำว่า หากการแก้ไขปัญหาทำเพื่อประโยชน์ของประเทศ ก็พร้อมที่จะทบทวน และตนเชื่อมั่นว่าคณะกรรมการด้านนิติบัญญัติ จะสามารถทำหน้าที่อธิบายรายละเอียดของกฎหมายให้ประชาชนและสังคมเข้าใจได้ แต่จำเป็นต้องได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเมื่อร่างกฎหมายแก้ไขปัญหายาเสพติดแล้วเสร็จ ตนจะเดินหน้าผลักดันเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาฯ เพื่อให้สามารถนำไปสู่การบังคับใช้ต่อไป ย้ำว่า ทุกกระบวนการที่ดำเนินการอยู่ ล้วนมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศ
นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงปัญหาโครงสร้างประชากรของประเทศไทยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ขณะที่อัตราการเกิดลดลง จึงได้เสนอแนวคิด เกิดน้อย ด้อยคุณภาพ ให้คณะกรรมการด้านนิติบัญญัตินำไปพิจารณาและขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพการศึกษา รวมถึงการสร้างหลักประกันและมาตรการสนับสนุนสำหรับผู้ที่มีบุตร ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นการเพิ่มทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และสร้างกำลังคนสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว โดยเห็นว่าการพัฒนากฎหมายเพื่อส่งเสริมการเกิดและเพิ่มจำนวนประชากร จำเป็นต้องศึกษาทุกมิติอย่างรอบด้าน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ และนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
ทีมข่าวโทรทัศน์รัฐสภา /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.สผ. /ภาพ