สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับบริจาคของพรรคการเมืองผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารหรือช่องทางออนไลน์ เพื่อให้พรรคการเมืองและผู้บริจาคปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดย กกต.ระบุว่าพรรคการเมืองต้องมีข้อมูลของผู้บริจาคอย่างเพียงพอ เพื่อให้สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและออกใบเสร็จหรือหลักฐานการรับบริจาคได้อย่างถูกต้อง โดยทุกเดือนต้องเปิดเผยรายชื่อผู้บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าตามเกณฑ์ที่ กกต.กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 5,000 บาท สำหรับวงเงินบริจาค กฎหมายกำหนดให้บุคคลหนึ่งบริจาคแก่พรรคการเมืองแต่ละพรรคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี และห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคเกินวงเงินดังกล่าว หากฝ่าฝืน พรรคการเมืองอาจถูกปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท ขณะที่หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคห้ามรับบริจาคที่รู้หรือควรรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มา ผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ยังห้ามพรรคการเมืองและสมาชิกรับบริจาคจากบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศ นิติบุคคลไทยที่มีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินร้อยละ 49 รวมถึงบุคคลหรือนิติบุคคลที่ได้รับทุนหรือเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ ผู้ฝ่าฝืนอาจได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ หาก กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองรับเงินที่มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือรับบริจาคจากต่างชาติ จะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยื่นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรค โดยประชาชนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สำนักงาน กกต. หรือสอบถามสายด่วน 1444
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง