สว.ปริญญา เสนอใช้ความปลอดภัยเด็กประเมินผู้บริหารโรงเรียน ด้าน ศธ.แจงมาตรการ 7 ด้าน

คณรัตน์ ยินดีมิตร

5 ต.ค. 2569 13:48 น.324 ครั้ง
แชร์LINE
สว.ปริญญา เสนอใช้ความปลอดภัยเด็กประเมินผู้บริหารโรงเรียน ด้าน ศธ.แจงมาตรการ 7 ด้าน

5 ต.ค. 69 - สว.ปริญญา ตั้งกระทู้ถามมาตรการป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เสนอให้ใช้ความปลอดภัยของเด็กเป็นตัวชี้วัดประเมินผู้บริหารโรงเรียน พร้อมกำหนดความรับผิดชอบและแผนเผชิญเหตุให้ชัดเจน ด้าน รมว.ศธ. ชี้แจงว่าได้ประกาศมาตรการความปลอดภัย 7 ด้าน และพัฒนาระบบ Traffy EDU รับแจ้งเหตุผ่าน LINE พร้อมรับข้อเสนอไปพิจารณาและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจอาวุธและสิ่งผิดกฎหมาย

นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการยกระดับความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิเด็กและบุคลากรในสถานศึกษาจากเหตุความรุนแรง อาวุธ การคุกคามทางเพศ การล่วงละเมิด และการทำร้ายร่างกาย โดยกล่าวว่า ความปลอดภัยในโรงเรียนถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานและความเสมอภาคของเด็กทุกคน แต่ที่ผ่านมายังคงเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุกราดยิงในสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ การข่มขู่จนโรงเรียนต้องสั่งปิดการเรียนการสอน ตลอดจนเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายและการล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนโดยบุคลากรภายใน เช่น ภารโรง ครู ผู้บริหารโรงเรียน หรือรุ่นพี่ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการปกปิดข่าวสารภายในสถานศึกษาเมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น จึงขอตั้งคำถามต่อกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ใน 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นแรก การป้องกันก่อนเกิดเหตุ เหตุใดต้องรอให้เกิดเหตุก่อนจึงค่อยตั้งกรรมการสอบสวนหรือออกหนังสือสั่งการ และกระทรวงฯ จะกำหนดเส้นตายมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำที่เท่าเทียมกันทุกโรงเรียน ทั้งขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก กทม. และต่างจังหวัด เมื่อใด ประเด็นที่สอง การกำหนดความรับผิดชอบ หากโรงเรียนละเลยสัญญาณเตือนจนเกิดเหตุร้าย ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ พร้อมเสนอให้กระทรวงฯ กำหนดความปลอดภัยของเด็ก เป็นหนึ่งในตัวชี้วัด (KPI) ในการประเมินผลงานของผู้บริหารสถานศึกษา (ผอ.โรงเรียน) เพิ่มเติมจากผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา และประเด็นที่สาม แผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ภายใน 5 นาทีแรก ใครต้องทำอะไร หน่วยงานภายนอกเช่นตำรวจหรือโรงพยาบาลต้องเข้ามาระงับเหตุภายในกี่นาที และเด็กจะได้รับการเยียวยาจิตใจภายในกี่ชั่วโมง

นอกจากนี้ นายปริญญา ยังตั้งข้อสังเกตถึงการพกพาบุหรี่ไฟฟ้า (พอต) เข้าไปในโรงเรียนซึ่งสะท้อนถึงการตรวจค้นที่ยังไม่เข้มงวดพอ พร้อมเสนอให้ รมว.ศธ. ทดลองสุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉินในโรงเรียนโดยไม่บอกล่วงหน้าเพื่อทดสอบความพร้อมของหน่วยงานด้วย

ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวชี้แจงว่า กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียนทุกสังกัด โดยล่าสุดได้ออก ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษา (ประกาศเมื่อ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา) ครอบคลุม 7 ด้าน ได้แก่ 1. การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ เสรีภาพ และความปลอดภัย ในสถานศึกษาทุกแห่ง เชื่อมโยงกับส่วนกลาง 2. การจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยและซ้อมแผนเผชิญเหตุ อย่างต่อเนื่อง 3. การมีระบบคัดกรองและดูแลสุขภาพจิตนักเรียน โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กรมสุขภาพจิต กระทรวง พม. และนักสุขภาพจิตประจำเขตพื้นที่ 4. การบูรณาการความปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานภายนอก เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และโรงพยาบาล 5. การเปิดพื้นที่ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วม สอดส่องดูแลและสังเกตการณ์การจัดการเรียนการสอน 6. การสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างสัมพันธภาพ ใช้กลไกสภานักเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน และ 7. การกำหนดสถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย ห้ามพกพาอาวุธหรือสิ่งคล้ายอาวุธ ตรวจค้นสัมภาระอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้พัฒนาระบบ Traffy Fondue for Education (Traffy EDU) ซึ่งดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อเป็นช่องทางเตือนภัยให้เด็กนักเรียนสามารถแจ้งเหตุความรุนแรงหรือขอความช่วยเหลือตรงมายังศูนย์พิทักษ์สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัย ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ทันที ซึ่งตนพร้อมรับข้อเสนอไปพิจารณาในการนำเรื่องความปลอดภัยของเด็ก เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัด (KPI) ในการประเมินผู้บริหารสถานศึกษา พร้อมกล่าวยืนยันว่าจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมรับข้อเสนอเรื่องการสุ่มทดสอบแผนเผชิญเหตุไว้ดำเนินการต่อไป

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง