ประธาน กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ถามอำนาจลงทุนเงิน สสส. ด้านรัฐมนตรียืนยันยุติบริหารเงินผ่าน บลจ.แล้ว

คณรัตน์ ยินดีมิตร

5 ต.ค. 2569 15:30 น.330 ครั้ง
แชร์LINE
ประธาน กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ถามอำนาจลงทุนเงิน สสส. ด้านรัฐมนตรียืนยันยุติบริหารเงินผ่าน บลจ.แล้ว

5 ต.ค. 69 - ประธาน กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามการกำกับดูแลเงินสะสมของ สสส. ตั้งข้อสังเกตถึงอำนาจตามกฎหมายในการลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พร้อมขอเปิดเผยข้อมูลการเงิน ด้าน รมว.สธ. ชี้แจงว่า ยุติการบริหารเงินผ่านบริษัทดังกล่าวตั้งแต่ไตรมาส 2 และนำเงินสำรองสภาพคล่องฝาก ธ.ก.ส. พร้อมเตรียมกำหนดตัวชี้วัดร่วมกันในปีงบประมาณ 2570

นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา ตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี เรื่อง มาตรการในการกำกับดูแลการหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตามมาตรา 9 (3) แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 โดยกล่าวว่า สสส. ได้รับจัดสรรเงินจากภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบร้อยละ 2 เฉลี่ยปีละกว่า 4,000 ล้านบาท ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา แต่ประชาชนยังตั้งข้อสงสัยต่อผลสัมฤทธิ์ เนื่องจากปัญหาสุขภาพอย่างการดื่มแอลกอฮอล์ อุบัติเหตุทางถนน บุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชน รวมถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สสส. ยังมีเงินสะสมและเงินคงเหลือจำนวนมาก นำไปลงทุนผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทั้งในตราสารหนี้และตราสารทุนวงเงินหลายพันล้านบาท ซึ่งตาม พ.ร.บ. สสส. พ.ศ. 2544 มาตรา 9 (3) กำหนดให้กองทุนฯ มีรายได้จากผลประโยชน์ของทรัพย์สิน แต่ไม่ได้บัญญัติให้อำนาจนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างชัดแจ้ง อีกทั้งคณะกรรมการกองทุนฯ ได้ออกข้อบังคับตั้งแต่ปี 2552 (ข้อ 8 (6)) และปรับปรุงปี 2562 (ข้อ 7 (7)) ให้นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนผ่าน บลจ. โดยมีข้อบังคับรองรับมาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งอาจเป็นการขยายขอบเขตอำนาจขัดต่อเจตนารมณ์กฎหมายและหลักกฎหมายมหาชน เมื่อเทียบเคียงกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (เรื่องเสร็จที่ 1439/2560) กรณี องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ Thai PBS ที่ระบุว่าการออกระเบียบนำเงินไปลงทุนในหุ้นกู้เอกชนโดยไม่มีกฎหมายแม่บทให้อำนาจถือว่าขัดต่อกฎหมาย จึงขอถามถึงมาตรการกำกับดูแล ความโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูลการเงินต่อสาธารณะ

ด้าน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน กล่าวชี้แจงว่า โครงสร้างกฎหมายของ สสส. อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. การบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 ประกอบ พ.ร.บ. สสส. พ.ศ. 2544 ซึ่งมีความแตกต่างจากกรณีของ Thai PBS อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สั่งการให้ สสส. ใช้ความระมัดระวังอย่างสูงในการตีความเรื่องการหาผลประโยชน์ โดยห้ามนำเงินสภาพคล่องไปแสวงหาผลตอบแทนอย่างเต็มรูปแบบที่มีความเสี่ยง

นายพัฒนาระบุว่า ตั้งแต่ไตรมาส 2 สสส.ได้ยุติการจ้าง บลจ.บริหารเงิน และนำเงินสำรองสภาพคล่องทั้งหมดฝากบัญชีออมทรัพย์กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อรักษาความปลอดภัยของเงินต้น และดึงมาใช้จ่ายในโครงการที่อนุมัติไว้ได้อย่างทันท่วงที โดย สสส. ได้ปรับลดเงินสำรองสภาพคล่องลงเหลือประมาณ 1,500 - 1,700 ล้านบาท (รองรับการใช้จ่ายประมาณ 3-4 เดือน) จากเดิมที่เคยสูงกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคณะทำงานร่วม (Working Group) ระหว่าง สสส. และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อปรับกระบวนการทำงานและกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ร่วมกันในปีงบประมาณ 2570 โดยเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสุขภาพจิต และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ในการส่งเสริมการออกกำลังกาย ลดเลิกบุหรี่/สุรา การบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ และสุขภาวะในยุคสังคมสูงวัย (Super Aging Society) สำหรับมาตรการตรวจสอบ สสส. มีกลไกภายในผ่านคณะกรรมการกองทุนและคณะกรรมการประเมินผลที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่งตั้ง รวมถึงกลไกภายนอกจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่วนประเด็นการเปิดเผยข้อมูลรายได้ เงินสะสม การลงทุน และการใช้จ่ายงบประมาณนั้น ตนจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ด สสส. เพื่อให้เปิดเผยข้อมูลแก่ประชาชนอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ต่อไป

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง