นายโชติชัย บัวดิษ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม จากจังหวัดระยอง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าววิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดระยองว่า สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดระยอง โดยได้รับผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 8 อำเภอ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน ทั้งสิ่งของเครื่องใช้ เครื่องมือประกอบอาชีพ และที่อยู่อาศัย มีประชาชนบางส่วนต้องไปพักอาศัยชั่วคราว ณ ที่ทำการเทศบาล และยังไม่สามารถกลับเข้าบ้านได้ ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าอาจมีฝนและน้ำเข้ามาเพิ่มอีก
นายโชติชัย กล่าวว่า ภาคการเกษตรได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด เบื้องต้นประเมินว่ามีต้นทุเรียนยืนต้นตายตั้งแต่ 20,000 ไร่ขึ้นไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่เกษตรตำบลกำลังเร่งลงพื้นที่สำรวจจำนวนต้นทุเรียนและผลผลิตที่เสียหาย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ขณะที่ผู้เลี้ยงสุกรและผู้เลี้ยงปลา เป็นกลุ่มที่ได้รับความเสียหายหนักเช่นเดียวกัน
นายโชติชัย กล่าวต่อไปว่า โดยปกติสวนทุเรียนจะปลูกอยู่บนพื้นที่สูงหรือพื้นที่เนินซึ่งไม่เคยถูกน้ำท่วม แต่ปีนี้น้ำท่วมทั่วถึงทั้งหมด บางสวนเคยประสบปัญหาน้ำท่วมหนักเมื่อประมาณ 5–6 ปีก่อน และเพิ่งปลูกทุเรียนใหม่จนเริ่มให้ผลผลิตหลังผ่านไปประมาณ 5 ปี แต่กลับต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำอีกครั้ง ทั้งนี้ ผลผลิตที่เสียหายจะส่งผลให้ราคาสินค้าและปัจจัยการผลิตปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เกษตรกรสูญเสียเครื่องมือประกอบอาชีพ ทำให้รายได้เกือบจะเป็นศูนย์ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่มีรายได้เฉลี่ยปีละประมาณ 100,000 กว่าบาท ต้องเลี้ยงดูครอบครัว 3–4 คน และในปีหน้าคาดว่าจะไม่มีผลผลิตทุเรียนออกสู่ตลาด สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่เพียงเรื่องราคาทุเรียนที่อาจสูงขึ้น แต่คือเกษตรกรไม่มีผลผลิตขายและขาดรายได้
นายโชติชัย เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้ถึงมือประชาชนและเกษตรกรโดยเร็วที่สุดเพื่อให้สามารถนำไปซ่อมแซมบ้านและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ พร้อมเสนอให้มีมาตรการพักชำระหนี้หรือลดดอกเบี้ย เนื่องจากเกษตรกรขาดรายได้โดยสิ้นเชิง พร้อมมองว่าการพักชำระหนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในสถานการณ์ดังกล่าว
ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
