สว.พิสิษฐ์ จี้ปลดล็อกปีนผากระบี่สู่ระดับโลก ด้าน รมว.ทส. เตรียมลดขั้นตอน - กำหนดกรอบอนุญาตไม่เกิน 90 วัน

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

19 ต.ค. 2569 13:44 น.5 ครั้ง
แชร์LINE
สว.พิสิษฐ์ จี้ปลดล็อกปีนผากระบี่สู่ระดับโลก ด้าน รมว.ทส. เตรียมลดขั้นตอน - กำหนดกรอบอนุญาตไม่เกิน 90 วัน

19 ต.ค. 69 - สว.พิสิษฐ์ เสนอเร่งจัดทำหลักเกณฑ์กิจกรรมปีนหน้าผาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติให้ชัดเจน ยกระดับความปลอดภัยและส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงกีฬา ด้าน รมว.ทส. เผยเตรียมลดขั้นตอนอนุญาต พร้อมกำหนดกรอบเวลาดำเนินการรวมไม่เกิน 90 วัน

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ถึงแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพกิจกรรมปีนหน้าผาในพื้นที่จังหวัดกระบี่สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างยั่งยืน โดยกล่าวว่า จังหวัดกระบี่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) จากหน้าผาหินปูนที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะบริเวณหาดไร่เลย์และหาดพระนาง ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักปีนผาจากทั่วโลก และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง สร้างรายได้ให้ประเทศโดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการจัดกิจกรรมปีนหน้าผาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติยังมีข้อจำกัดด้านระเบียบและขั้นตอนการขออนุญาต การจัดกิจกรรมปีนผาต้องขออนุญาตจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ทุกครั้ง ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้าประชาสัมพันธ์เต็มที่เพราะเสี่ยงถูกระงับกิจกรรม รวมถึงมีความไม่ชัดเจนของสถานะกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณภาครัฐในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ทำให้ภาคเอกชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและสูญเสียโอกาสในการดึงดูดผู้สนับสนุน ขณะที่ปัญหาด้านความปลอดภัยและภาพลักษณ์ มีการลักลอบปีนผาในบางพื้นที่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต กระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงตั้งคำถามถึงนโยบายและกรอบเวลาการจัดทำหลักเกณฑ์อนุญาตกิจกรรมปีนหน้าผาและกีฬาเอ็กซ์ตรีมอื่น ๆ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มาตรการยกระดับความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ตลอดจนแนวทางบูรณาการระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนและสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

ด้านนายสุชาติ ชี้แจงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติควบคู่กับการอนุรักษ์ โดยมอบหมายให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คัดเลือกเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้ารับการฝึกอบรม เพื่อให้มีความรู้และใบรับรองด้านการปีนหน้าผา สามารถกำกับดูแลกิจกรรมและทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการขออนุญาต ได้กำหนดแนวทางกระจายอำนาจให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์พิจารณากิจกรรมระยะสั้น 1–5 วันได้รวดเร็วขึ้น ส่วนการขออนุญาตประกอบกิจการระยะยาวเป็นรายปี ได้มอบหมายให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) เป็นประธานคณะทำงานศึกษา พร้อมปรับลดขั้นตอนการพิจารณา โดยกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการรวมไม่เกิน 90 วัน และได้แจ้งแนวทางการขออนุญาตให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ทราบแล้ว นอกจากนี้ จะประสานกรมทรัพยากรธรณีเข้าตรวจสอบความแข็งแรงของหิน รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ และกำหนดมาตรการความปลอดภัยตามหลักสากล พร้อมหารือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเพื่อบูรณาการการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนงบประมาณที่เกี่ยวข้อง

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง