นายประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีการผลักดันร่างกฎหมาย 4 ฉบับ ที่อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานของ 4 กองทุนอิสระ ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกองทุนผู้สูงอายุว่า สาระสำคัญของร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ เสนอให้มีการยกเลิกภาษีเฉพาะและดึงงบประมาณของกองทุนอิสระ กลับเข้าสู่ระบบงบประมาณปกติของรัฐ ขณะเดียวกัน นายประภาส ยกผลการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับให้ทราบว่า ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ในแต่ละร่างไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข จึงขอให้รัฐบาลนำข้อกังวลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ
นายประภาส กล่าวว่า ส่วนตัวตนไม่เห็นด้วย พร้อมเปิดเผยเหตุผลสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ การเข้าถึงกลุ่มเปราะบางอย่างยืดหยุ่น โดยโครงสร้างงบประมาณปกติของรัฐมักเข้าไม่ถึงปัญหาของประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ เกษตรกรรายย่อย และผู้สูงอายุในชนบท ขณะที่ สสส. และกองทุนอิสระ มีกลไกการทำงานที่ยืดหยุ่น ยึดเชื่อมโยงกับเครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคมในระดับรากฐานได้ดีกว่า ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ สื่อสาธารณะที่เป็นอิสระอย่างไทยพีบีเอส คือหัวใจสำคัญของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม โครงสร้างความเป็นเจ้าของโดยประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรถดถอย และเจตนารมณ์ของภาษีเพื่อการปรับพฤติกรรม การอ้างเรื่องวินัยการเงินการคลัง เพื่อเปลี่ยนแหล่งรายได้จากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบ เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นการมองข้ามหลักการสำคัญของการเก็บภาษีจากสินค้าเชิงลบที่ทำลายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำรายได้มาใช้ชดเชยและป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว
นายประภาส ได้ฝากไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ทบทวนการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว โดยขอให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในระยะยาว
คริส พุทธชาติ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
