เครือข่ายแรงงาน-รัฐสวัสดิการ ยื่น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ค้านร่างกฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ หวั่นกระทบความเป็นอิสระองค์กร

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

21 ต.ค. 2569 12:41 น.3 ครั้ง
แชร์LINE
เครือข่ายแรงงาน-รัฐสวัสดิการ ยื่น กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา ค้านร่างกฎหมายภาษีบาป 4 ฉบับ หวั่นกระทบความเป็นอิสระองค์กร

21 ต.ค. 69 - เครือข่ายแรงงานและรัฐสวัสดิการ ยื่นหนังสือขอให้ทบทวนและถอดถอนร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำรายได้ภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ ร้อยละ 2 เข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน ชี้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นอาจไม่ครอบคลุม ขณะที่ประธาน กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา รับเรื่องไว้พิจารณา เตรียมบรรจุเข้าระเบียบวาระประชุมโดยเร็ว

นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับหนังสือจากเครือข่ายแรงงานในระบบและนอกระบบ/แพลตฟอร์มไรเดอร์ เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายรัฐสวัสดิการที่เป็นธรรม นำโดยนายบัณฑิต แป้นวิเศษ และนางสุนี ไชยรส ขอให้ทบทวนและถอดถอนร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับการนำรายได้ภาษีสรรพสามิตสุราและยาสูบ หรือภาษีบาป ร้อยละ 2 เข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล และสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เสนอ จำนวน 4 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ (กองทุนผู้สูงอายุ) ร่าง พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท. / กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ) และร่าง พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส - Thai PBS)

นายบัณฑิต กล่าวว่า เครือข่ายฯ มีความกังวลว่าร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานด้านสุขภาพ สื่อสาธารณะ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงความต่อเนื่องในการคุ้มครองแรงงานและการสร้างระบบสุขภาวะของผู้ใช้แรงงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักการจัดสรรภาษีแบบเจาะจง หรือ Earmarked Tax และเรียกร้องให้ตรวจสอบผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากมีการนำรายได้ดังกล่าวเข้าสู่งบประมาณแผ่นดิน

ด้านนางสุนี กล่าวว่า การดำเนินงานขององค์กรทั้ง 4 แห่ง มีวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายแตกต่างกัน โดยเฉพาะองค์กรที่ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐ จึงควรมีความเป็นอิสระในการดำเนินงาน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายอาจยังไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ และมีระยะเวลาเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์เพียงสั้น ๆ ทั้งที่ควรจัดให้มีเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางและจริงจัง โดยระบุว่าผลการรับฟังความคิดเห็นมีผู้ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ มากกว่าร้อยละ 70 จึงเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและถอดถอนร่างกฎหมาย เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 77

ขณะที่นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า กมธ.ได้รับหนังสือร้องเรียนจากหลายกลุ่ม สะท้อนความกังวลของประชาชนต่อผลกระทบจากร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ โดยเฉพาะหลักการความเป็นอิสระขององค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล รวมถึงกระบวนการเสนอร่างกฎหมายที่อาจขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการออกกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ กมธ.จะรับเรื่องไว้พิจารณาทั้งในประเด็นหลักการของกฎหมายและกระบวนการรับฟังความคิดเห็น พร้อมเตรียมบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมโดยเร็วที่สุด

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว

ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง