สว.เสนออุดช่องว่างกฎหมาย-เพิ่มความเข้มงวดตรวจนำเข้าเศษพลาสติก พร้อมเชื่อมข้อมูลหน่วยงาน

ทัดดาว ทองอิ่ม

26 ต.ค. 2569 15:29 น.1 ครั้ง
แชร์LINE
สว.เสนออุดช่องว่างกฎหมาย-เพิ่มความเข้มงวดตรวจนำเข้าเศษพลาสติก พร้อมเชื่อมข้อมูลหน่วยงาน

26 ต.ค. 69 - วุฒิสภา พิจารณารายงานศึกษาการลักลอบนำเข้าขยะพลาสติกและการกำกับดูแลเศษพลาสติกในเขตปลอดอากร ขณะที่ สมาชิกเสนอปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มความเข้มงวดตรวจตู้สินค้า เชื่อมโยงฐานข้อมูล และผลักดันกฎหมายเปิดเผยข้อมูลสารมลพิษ เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทย

การประชุมวุฒิสภา ที่มี นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เป็นประธาน พิจารณารายงานเรื่องการลักลอบนำเข้าขยะพลาสติกและปัญหาการกำกับดูแลเศษพลาสติกในเขตปลอดอากร ที่คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรมพิจารณาเสร็จแล้ว โดยผลการศึกษาพบช่องว่างทางกฎหมาย การบังคับใช้ที่ทับซ้อน และข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่ไม่เชื่อมโยง โดยเฉพาะการกำกับดูแลเขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรี ซึ่งอาจเปิดช่องให้หลีกเลี่ยงมาตรการควบคุม เช่น สำแดงพิกัดสินค้าไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและละทิ้งตู้สินค้าที่มีปัญหา ขณะที่เศษพลาสติกนำเข้าต้นทุนต่ำอาจกระทบตลาดรับซื้อขยะในประเทศ ลดแรงจูงใจในการรวบรวมขยะเข้าสู่ระบบรีไซเคิล และเพิ่มภาระภาครัฐในการจัดการของเสีย

นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา เสนอให้ยกระดับปัญหากากอุตสาหกรรมและขยะพลาสติกเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมสนับสนุนการแก้ช่องว่างด้านกฎหมาย ศุลกากร และการกำกับดูแลเขตปลอดอากร โดยยกกรณีพบคราบน้ำสีรุ้งในจังหวัดปราจีนบุรี และขอให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับการลักลอบจัดการกากอุตสาหกรรม นอกจากนี้ เสนอให้ผลักดันกฎหมายว่าด้วยการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่การนำเข้า บัญชีสินค้าคงคลัง จนถึงการจัดการของเสีย

ด้าน นางสาวภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา ระบุว่าปัญหาครอบคลุมทั้งช่องว่างกฎหมาย การกำกับดูแลที่แยกส่วน การสำแดงข้อมูลเท็จและสวมสิทธิ์ รวมถึงผลกระทบต่อเศรษฐกิจฐานราก จึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรมทบทวนกฎเกณฑ์ให้ครอบคลุมการนำเข้าเศษพลาสติกเข้าสู่เขตปลอดอากรและเขตประกอบการเสรีทุกกรณี พร้อมเสนอให้กรมศุลกากรสแกนเอกซเรย์และเปิดตรวจตู้สินค้าทุกตู้ที่มีปลายทางเป็นโรงงานพลาสติกในเขตปลอดอากร ยกเลิกการตรวจปล่อยผ่านช่องเขียวสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกรมศุลกากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์ เพื่อติดตามวัตถุดิบนำเข้า การผลิต และของเสียอย่างครบวงจร พร้อมขอให้รัฐบาลนำข้อเสนอไปกำหนดมาตรการที่ปฏิบัติได้จริง

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง