พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม พิจารณาทิศทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ เชื่อมฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย เนื่องจากภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร การประมง และการค้าระหว่างประเทศ แต่ปัจจุบันยังประสบปัญหาโครง ข่ายคมนาคมที่ไม่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ เส้นทางหลายช่วงยังคงเป็นถนน 2 ช่องจราจร ที่มีความคดเคี้ยวและลาดชัน โดยเฉพาะเส้นทางจังหวัดกระบี่และจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้รถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่เดินทางลำบาก เพิ่มต้นทุน เสียเวลา และเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
พลตำรวจโท วันไชย จึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงเส้นทางเดิมควบคู่ไปกับการก่อสร้างแนวใหม่ในจุดที่จำเป็น โดยให้ประเมินความคุ้มค่าควบคู่ไปกับโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) เพื่อใช้จ่ายงบประมาณอย่างเหมาะสมและดำเนินการได้ตามระยะเวลา พร้อมเสนอให้เร่งรัดพัฒนา 3 เส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมคาบสมุทร ได้แก่ เส้นทาง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง – อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งช่วยย่นระยะทางจากฝั่งอันดามันไปอ่าวไทยได้ประมาณ 70 กิโลเมตร เส้นทาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ – อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและกระจายสินค้า เส้นทาง จ.ตรัง – จ.พัทลุง ปรับปรุงเส้นทางสายหมายเลข 4 ช่วงเขาพับผ้าและเส้นทางเชื่อมต่อ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางไปยังเครือข่ายภาคใต้
พลตำรวจโท วันไชย กล่าวว่า การพัฒนาทั้ง 3 เส้นทาง จะช่วยลดต้นทุนขนส่งสินค้าเกษตร เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว กระจายรายได้และการจ้างงานสู่ชุมชน พร้อมลดความแออัดและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง จึงเสนอให้รัฐบาลและกระทรวงคมนาคมจัดทำแผนแม่บท โดยศึกษาความคุ้มค่าและผลกระทบอย่างรอบด้าน จัดลำดับโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้จุดคอขวด กำหนดงบประมาณ หน่วยงานรับผิดชอบ และกรอบเวลาให้ชัดเจน พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การพัฒนาภาคใต้ ไม่ควรวัดมูลค่าจากการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากต้นทุนของประชาชนที่ลดลง รายได้ที่เพิ่มขึ้น และความปลอดภัยที่ดีขึ้น ถนนที่ดีไม่ใช่เพียงแค่เชื่อมทะเลสองฝั่ง แต่ต้องสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ถึงมือประชาชนทุกพื้นที่
คริส พุทธชาติ / ข่าว (แฟ้มภาพ)
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
