นางสาวมณีรัฐ เขมะวงค์ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) กล่าวถึงการยกระดับการให้บริการบริเวณจุดผ่านแดนแม่สาย จังหวัดเชียงราย ว่าจุดผ่านแดนแม่สายเป็นประตูเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือ ซึ่งจากการเดินทางผ่านด่านแม่สายพบว่าผู้เดินทางต้องต่อคิวบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทยเป็นเวลานาน ขณะที่ประชาชนในพื้นที่สะท้อนว่าในช่วงเวลาเร่งด่วน รถต้องต่อแถวยาวและบางครั้งใช้เวลารอคอยนานถึง 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ ในปี 2567 ด่านศุลกากรแม่สายมีมูลค่าการค้ากว่า 20,000 ล้านบาท ขณะที่ปี 2568 การค้าชายแดนไทย-เมียนมาทั้งประเทศมีมูลค่ากว่า 193,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความสำคัญของการเพิ่มประสิทธิภาพด่านชายแดนเนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญในการป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ ความสะดวกรวดเร็วจึงต้องดำเนินควบคู่ไปกับการคัดกรองด้านความมั่นคงอย่างเข้มงวดเสมอ
นางสาวมณีรัฐ จึงเสนอแนวทางยกระดับการให้บริการบริเวณจุดผ่านแดนแม่สาย โดยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและเปิดเผยข้อมูลให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเปิดเผยจำนวนผู้เดินทางและเวลารอคิวเฉลี่ยในแต่ละช่วงเวลา พร้อมชี้แจงสาเหตุความล่าช้า และจัดกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงช่องบริการให้เพียงพอ โดยเฉพาะช่วงที่มีผู้เดินทางหนาแน่น พร้อมทั้งพัฒนาระบบ e-Border Pass ให้ครบวงจร โดยให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้า การจองคิว และการชำระค่าธรรมเนียมผ่านระบบดิจิทัล พร้อมเพิ่มช่องตรวจตามระดับความเสี่ยง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางทั่วไปและเพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และขอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายเวลาเปิดด่านบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสาย แห่งที่ 1 จนถึงเวลา 21.00 น. เพื่อส่งเสริมการค้า การท่องเที่ยว และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน โดยต้องประสานความพร้อมกับฝ่ายเมียนมาและคำนึงถึงความปลอดภัยควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและจังหวัดเชียงราย พิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าว พร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและกรอบเวลาที่ชัดเจน โดยเห็นว่าการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนสามารถดำเนินควบคู่กับการรักษาความมั่นคงของประเทศ เพื่อให้ด่านแม่สายเป็นประตูเศรษฐกิจชายแดนที่สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมั่นคง
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง
.jpg)