คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร รองประธาน กมธ. นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล โฆษก กมธ. และนายสหัสวัต คุ้มคง สส. จังหวัดชลบุรี รับยื่นหนังสือจาก นายณฐาภพ สังเกตุ ผู้สื่อข่าวอิสระ (Freelance Journalist) ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่สำนักข่าวประชาไทย และสื่ออื่น ๆ ร้องเรียนกรณีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ทำข่าว ณ ศูนย์รับรองบุคคล (CI) จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อรายงานขั้นตอนการจัดทำเอกสารของแรงงานข้ามชาติ แม้จะติดสัญลักษณ์แสดงตนเป็นสื่อมวลชนและสะพายกล้องอย่างชัดเจน แต่กลับถูกชายต้องสงสัยนอกเครื่องแบบ ซึ่งคาดว่าเป็นกลุ่มเครือข่ายนายหน้า เข้ามาคุกคาม ข่มขู่ และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีชายอีกคนหนึ่งที่อ้างตัวว่าทำงานให้แก่รัฐบาลทหารเมียนมา เข้ามาขอตรวจบัตรประชาชน ถ่ายภาพบัตร และพยายามตรวจสอบกล้องถ่ายภาพ
นายณฐาภพ กล่าวว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ตนจึงขอยื่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อต่อ กมธ. ได้แก่ ข้อแรก ขอให้ตรวจสอบว่าเหตุใดกระบวนการออกเอกสารแรงงานข้ามชาติในศูนย์ CI ทั้ง 5 แห่งทั่วประเทศ จึงปิดบังและกีดกันไม่ให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ ข้อที่สอง ขอความชัดเจนว่า บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลเมียนมามีอำนาจหรือสิทธิใดในการมาตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชนในประเทศไทย และข้อที่สาม เรียกร้องให้กระบวนการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานเมียนมามีความโปร่งใส ขอให้กระทรวงแรงงานชี้แจงเนื่องจากศูนย์ CI อยู่ภายใต้การดูแลของกรมจัดหางาน แต่ในวันที่ลงพื้นที่กลับไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐไทยในเครื่องแบบมาดูแลความเรียบร้อย
ด้าน นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล โฆษก กมธ.การเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับยื่นหนังสือ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการคุกคามผู้สื่อข่าวระหว่างปฏิบัติงานเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนและสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การที่มีบุคคลเข้ามาขอตรวจบัตรประชาชน สอบถามข้อมูลส่วนตัว ค้นกล้อง และสั่งให้ลบภาพ ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจ โดย กมธ. จะเร่งสืบหาข้อเท็จจริงว่าผู้กระทำการดังกล่าวเป็นใคร อาศัยอำนาจตามกฎหมายใด และจะนำเรื่องเรียนต่อ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธาน กมธ. เพื่อเชิญหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมประชุมและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อไป
ขณะที่ นายสหัสวรรษ คุ้มคง สส. จ.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า กระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติกำลังสร้างปัญหาวิกฤต ทั้งความเสี่ยงเรื่องส่วยและค่าหัวคิว แต่สิ่งที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคือการปล่อยให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามาคุกคามสื่อมวลชนที่เป็นประชาชนคนไทย ซึ่งถือเป็นการลุกล้ำอำนาจอธิปไตยของประเทศไทย โดยที่ผ่านมาเมื่อมีการตั้งคำถามไปยังกระทรวงแรงงาน ทางกระทรวงมักตอบว่าศูนย์ CI เป็นการดำเนินการของรัฐบาลทหารเมียนมา ไม่เกี่ยวกับกระทรวง ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการยินยอมให้ต่างชาติเข้ามาใช้อำนาจอธิปไตยบนแผ่นดินไทยโดยที่รัฐบาลไทยไม่เข้าไปกำกับดูแล จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งปกป้องอำนาจอธิปไตยและเข้ามาแก้ไขปัญหาความไม่โปร่งใสในศูนย์ CI โดยด่วนด้วย
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
อรุณี ตันศักดิ์ดา / เรียบเรียง
