วุฒิสภา รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ชูคุ้มครองสิทธิชุมชน ดันสมุนไพรไทยสู่อุตสาหกรรมอนาคต

ทัดดาว ทองอิ่ม

2 พ.ย. 2569 15:33 น.4 ครั้ง
แชร์LINE
วุฒิสภา รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ชูคุ้มครองสิทธิชุมชน ดันสมุนไพรไทยสู่อุตสาหกรรมอนาคต

2 พ.ย. 69 – ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติ 157 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หลัง สว. อภิปรายหนุนยกระดับการคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่น ปิดช่องว่างกฎหมาย ป้องกันนายทุนแสวงหาประโยชน์จากตำรับยาชุมชนโดยไม่แบ่งปันผลตอบแทน พร้อมเสนอปรับบทบาทภาครัฐ หนุนการผลิตและตลาดสมุนไพรไทย สร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานราก ก่อนเสนอแต่งตั้ง กมธ.วิสามัญ 21 คน พิจารณารายละเอียดร่างกฎหมายต่อไป

การประชุมวุฒิสภา ซึ่งมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในที่ประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วาระรับหลักการ ภายหลังสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา ได้ศึกษาร่าง พ.ร.บ. ล่วงหน้า พร้อมเชิญตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ซึ่งภาพรวมของการศึกษา มีข้อเสนอแนะให้จัดทำฐานข้อมูลดิจิทัลตามแนวทางอินเดีย ป้องกันการนำภูมิปัญญาไทยไปใช้โดยไม่แบ่งปันผลประโยชน์ พร้อมกำหนดสถานะชุมชนเป็นนิติบุคคลและเพิ่มบทลงโทษผู้ละเมิด

การพิจารณามีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้ความสนใจอภิปรายต่อร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวอย่างกว้างขวาง นางสาวนิชาภา สุวรรณนาค สว. เสนอให้พัฒนาภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทย โดยผลักดันนโยบายจากชุมชนสู่ระดับชาติ ปรับบทบาทภาครัฐเป็นพี่เลี้ยง สนับสนุนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งการตรวจวิเคราะห์ดิน น้ำ อากาศ ยกระดับมาตรฐานและแปรรูปสมุนไพรในชุมชน ควบคู่การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมเชื่อมโยงตลาด สร้างหลักประกันราคาที่เป็นธรรม ส่งเสริมให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) รับซื้อสมุนไพรจากชุมชน รวมถึงจัดตั้งระบบ One Stop Service ช่วยผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ พัฒนาเครือข่าย Herbal Cluster และกองทุนหมุนเวียนแก้ปัญหาสภาพคล่อง พร้อมเน้นคุ้มครองภูมิปัญญาตำรับยาหมอพื้นบ้าน ไม่ให้ถูกนำไปแสวงหาประโยชน์โดยไม่แบ่งปันผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม โดยมองว่าสมุนไพรไทยเป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางสุขภาพและเศรษฐกิจฐานรากที่สามารถต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้

ขณะที่นายประภาส ปิ่นตกแต่ง สว. อภิปรายเห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างคณะกรรมการ เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงปรับค่าธรรมเนียมให้เหมาะสมกับขนาดผู้ประกอบการ โดย SMEs ควรได้รับการผ่อนปรนมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังเสนอให้เพิ่มคำว่า “ตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรใหม่” เพื่อให้การคุ้มครองสิทธิชุมชนครอบคลุมการนำสมุนไพรไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทุกประเภท หลังการแยกกฎหมายผลิตภัณฑ์สมุนไพรออกจาก พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2562 เนื่องจากหากไม่แก้ไขอาจเกิดช่องว่างในการแบ่งปันผลประโยชน์ และทำให้สิทธิชุมชนด้อยกว่าสิทธิส่วนบุคคลตามมาตรา 34 นอกจากนี้ ยังเสนอให้กำหนดนิยามชุมชนโดยยึดโยงกับวิถีชีวิตและภูมินิเวศวัฒนธรรม มากกว่าเส้นแบ่งเขตการปกครอง เพื่อให้การคุ้มครองภูมิปัญญาท้องถิ่นสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของชุมชน

ทั้งนี้ เมื่อการอภิปรายเสร็จสิ้น ที่ประชุมได้มีมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไว้พิจารณาด้วยคะแนนเสียง 157 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ก่อนจะมีการเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 21 คน

ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง