นายมังกร ศรีเจริญกูล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามไปยัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ถึงความคืบหน้าการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของสีดอหูพับ ช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 15-20 ปี ระหว่างการเคลื่อนย้ายจากจังหวัดขอนแก่นไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย นายมังกร กล่าวว่า ช้างสีดอหูพับมีถิ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย แต่ได้ออกมาหากินในพื้นที่ไร่อ้อยและไร่มันสำปะหลังของประชาชน ก่อนเกิดเหตุเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 มีประชาชนถูกช้างทำร้ายเสียชีวิต 2 ราย ส่งผลให้วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2568 ประชาชนยื่นฟ้องต่อศาลปกครองขอนแก่น ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ควบคุมช้างไม่ให้ออกนอกเขตอนุรักษ์ ต่อมาศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 ให้เคลื่อนย้ายช้างไปยังพื้นที่เหมาะสมภายใน 30 วัน ต่อมาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการเคลื่อนย้ายช้างสีดอหูพับตามคำสั่งศาลปกครอง แต่ช้างได้เสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่โครงการฟื้นฟูอาหารช้างป่าภูหลวง จังหวัดเลย เพื่อปรับพฤติกรรมไม่ให้มีนิสัยดุร้าย โดยขณะนี้กรมอุทยานฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อสอบสวนกรณีดังกล่าว จึงต้องการทราบความคืบหน้าในการสอบสวน รวมถึงมาตรการและนโยบายในการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าอย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เสนอแนะเพิ่มเติมว่า ควรสร้างพลังขับเคลื่อนในการป้องกันสัตว์ป่าดุร้าย และกำหนดมาตรการให้ช้างป่าอยู่ร่วมกับคนได้ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน รวมถึงศึกษาดูงานจากประเทศในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีแนวทางจัดการช้างป่าที่มีนิสัยดุร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายสุชาติ ชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยกรมอุทยานฯ ได้ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 20-22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์จากประชาชนในพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายช้าง เพื่อพิสูจน์สาเหตุที่ทำให้ช้างเสียชีวิต ทั้งนี้ กรมอุทยานฯ ได้ชะลอการเคลื่อนย้ายช้างป่าตามคำสั่งศาลทั่วประเทศไว้ก่อน เนื่องจากอยู่ระหว่างร่วมกับสัตวแพทยสภาจัดทำคู่มือการรักษาและเคลื่อนย้ายช้างป่า รวมทั้งเตรียมฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้เข้าใจแผนเผชิญเหตุภายใต้สภาวะกดดันต่าง ๆ โดยระบุว่าจะเป็นคู่มือการเคลื่อนย้ายช้างป่าครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามหลักวิชาการของสัตวแพทยสภาอย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
นายสุชาติ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ เคยเคลื่อนย้ายช้างมาแล้ว 32 ตัว ทั้งจากคำสั่งศาลและกรณีผลกระทบต่อประชาชน โดยมีปัญหาเพียง 1 ตัวที่มีลักษณะคล้ายกรณีสีดอหูพับ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงต้องการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันให้มีเอกสารคู่มือจากสัตวแพทยสภาอย่างชัดเจน ส่วนมาตรการจัดการช้างป่าให้อยู่ร่วมกับประชาชนได้อย่างปลอดภัย ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมอุทยานฯ ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรม อาทิ การจัดหาพื้นที่อาศัยของช้าง การปรับปรุงทุ่งหญ้าและปลูกพืชอาหารให้เพียงพอ เพื่อลดการออกมารบกวนพื้นที่เกษตร การจัดตั้งชุดปฏิบัติการและเครือข่ายภาคประชาชนเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า การทำแนวป้องกันสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการขับเคลื่อนโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในการแก้ปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง ด้วยการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรให้อุดมสมบูรณ์
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง