นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดเชียงใหม่ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนร่างข้อตกลงว่าด้วยการจัดการมลพิษข้ามพรมแดนระหว่างไทยกับเมียนมา ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 สิงหาคม นี้ โดยตั้งข้อสังเกตว่าร่างข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลผลตรวจสารปนเปื้อนต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิของประชาชนไทยในการรับรู้ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาแก้ไขเงื่อนไขดังกล่าวก่อนให้ความเห็นชอบ
นายภัทรพงษ์ มีข้อเสนอแนะแนวทาง 4 ข้อต่อรัฐบาล ประกอบด้วย ข้อแรก รัฐบาลไทยต้องสามารถเปิดเผยผลตรวจสารปนเปื้อนต่อประชาชนได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากฝ่ายอื่น และควรขยายการตรวจสอบให้ครอบคลุมสัตว์น้ำ พื้นที่เกษตรและสุขภาพประชาชน ข้อที่สอง ต้องตรวจหาสารปนเปื้อนควบคู่กับการสืบหาต้นทาง โดยเก็บตัวอย่างร่วมกันในบริเวณใกล้พื้นที่ที่สงสัยว่าเป็นแหล่งกำเนิด เพื่อนำไปสู่มาตรการควบคุมและระบุผู้ก่อมลพิษ ข้อที่สาม ขอบเขตการดำเนินงานไม่ควรจำกัดเฉพาะจังหวัดเชียงราย แต่ต้องครอบคลุมจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ และข้อที่สี่ เสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมหรือกระทรวงพาณิชย์กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้นำเข้าและส่งออกแร่ระบุแหล่งกำเนิด รวมถึงข้อมูลตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อป้องกันการนำแร่จากแหล่งที่ก่อมลพิษผ่านประเทศไทย
นายภัทรพงษ์ ย้ำว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับสิทธิในการรับรู้ข้อมูล ความปลอดภัย และสุขภาพของประชาชน พร้อมเร่งแก้ไขปัญหามลพิษข้ามพรมแดนอย่างเป็นรูปธรรม
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊ก Phattarapong Leelaphat - ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ / ข้อมูลและภาพ