5 ต.ค.68- สส.กฤช ศิลปะชัย พรรคประชาชน ร้องสภาฯ ผ่านร่างกฎหมาย PRTR หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ร้านขายวัสดุใจกลางเมือง จ.ระยอง หวังช่วยป้องกันสาธารณภัย และชุมชนมีมาตรการรับมือกับมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมได้

image

        นายกฤช  ศิลปชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดระยอง พรรคประชาชน กล่าวถึงเหตุการณ์ไฟไหม้ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องจักร และสารเคมีประเภทน้ำมันหล่อลื่น จนเกิดเป็นเปลวเพลิงก้อนใหญ่ ในใจกลางเมืองระยอง จังหวัด ส่งผลกระทบต่อผู้คนและอาคารบ้านเรือนข้างเคียง ทำให้การจราจรติดขัด และเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตัดไฟฟ้าในพื้นที่รอบบริเวณที่เกิดเหตุ ว่า จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสาธารณภัยบ่อยครั้ง และแต่ละครั้งจะมีความเสียหายยิ่งใหญ่รุนแรง เพราะมักเกิดในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โรงงานปิโตรเลียม โรงงานวัสดุที่มีคุณสมบัติไวไฟ จนกรณีล่าสุด ร้านขายวัสดุใจกลางเมืองระยอง ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ พบว่า ร้านค้าดังกล่าวตั้งอยู่ใจกลางเมืองระยอง ขายวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้าง การอุตสาหกรรม มีขนาดเทียบเท่ากับอาคารพาณิชย์ประมาณ​ 6 คูหา แม้ว่าหน้าร้านไม่ใหญ่มาก แต่ต่อมาพบว่ามีโกดังเก็บสินค้าอยู่หลังร้าน โดยจากการประมาณการณ์คาดว่ามีพื้นที่มากกว่า 4,000 ตารางเมตร ทำให้การเข้าฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงขั้นแรก ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ จึงมีการใช้สารเคมีโฟม จึงจะสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยคาดว่าในคลังดังกล่าวอาจมีการจัดเก็บวัสดุและสารเคมีที่มีคุณสมบัติไวไฟไว้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้สำหรับเครื่องจักร นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบอาคารที่เกิดเพลิงไหม้ มีปั๊มน้ำมันที่มีถังจัดเก็บเชื้อเพลิงขนาด 48,000 ลิตร และมีอาคารหอพักและโรงแรมอยู่ใกล้เคียงกันอีกหลายอาคาร ต้องถือว่าโชคดีที่เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครสามารถควบคุมเพลิงได้ก่อนจะเกิดเหตุการณ์บานปลายจนกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่

        นายกฤช กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์นี้ทำให้ 5 สส. พรรคประชาชน จังหวัดระยอง เห็นตรงกันในการเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎร เร่งผ่านร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม พ.ศ. .... (ร่างกฎหมาย Pollutant Release and Transfer Register: PRTR) ที่ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบในวาระรับหลักการแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ย.68 ทั้งนี้ หากร่างกฎหมาย PRTR ผ่านวาระสาม และประกาศใช้เป็นกฎหมายจะช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ว่า โรงงาน เหมืองแร่ รวมถึงทุกกิจกรรมในภาคอุตสาหกรรมรอบชุมชนของตนเอง มีการปล่อยมลพิษอะไรสู่สิ่งแวดล้อมบ้าง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นควัน น้ำเสีย หรือขยะพิษ ขยะอุตสาหกรรม และเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เหตุระเบิด ไฟไหม้ เป็นต้น  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดการปัญหาได้อย่างตรงจุด หากเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้หรือระเบิดของโรงงานสารเคมี หน่วยงานจะทราบปริมาณสารมลพิษที่มีอยู่ทั้งหมดในโรงงานทันที สามารถคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา และเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับสภาพสารเคมี และยับยั้งเหตุ หรืออย่างน้อยก็ออกคำเตือนต่อประชาชนบริเวณโดยรอบได้ทันท่วงที

 

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ