นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำคณะ สส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงจุดยืนต่อการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ภายหลังการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่แสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จึงร่วมกับพรรคการเมืองอื่นที่มีจุดยืนสอดคล้องกัน เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจำนวน 2 ฉบับ หลังรวบรวมรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญแล้ว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ร่างฉบับแรกเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มมาตรา 256/1 เพื่อเปิดทางสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนยันหลักการที่คำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงความห่วงกังวลของประชาชนต่อประเด็นหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหมวดที่มีความละเอียดอ่อน โดยกำหนดให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องคงสาระสำคัญของทั้งสองหมวดไว้ และหากมีการเสนอแก้ไขในอนาคต ควรดำเนินการแยกเป็นรายประเด็นอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้กระบวนการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ใช้ระบบหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ในระดับจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและลดภาระงบประมาณ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้โทรศัพท์มือถือร่วมลงคะแนนได้ ขณะเดียวกันภาครัฐจะจัดเตรียมอุปกรณ์ในหน่วยงานราชการหรือองค์การบริหารส่วนตำบลสำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ส่วนตัว
สำหรับองค์ประกอบของ สสร. พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีจำนวน 100 คน แบ่งเป็น 80 คนจากกระบวนการคัดเลือกในระดับจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดเสนอรายชื่อ 3 คนเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา และกำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละคนสามารถลงคะแนนเลือกได้เพียง 1 เสียง เพื่อป้องกันการผูกขาดโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ส่วนอีก 20 คน มาจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ ตุลาการศาลฎีกา 5 คน ตุลาการศาลปกครอง 5 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ 5 คน และนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์อีก 5 คน โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกแบบกระบวนการคัดเลือก
นายอภิสิทธิ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ร่างดังกล่าวเปิดช่องให้ สสร. มีความยืดหยุ่นในการกำหนดรูปแบบการทำงานและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยกำหนดกรอบเวลาจัดทำรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 240 วัน ก่อนเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเห็นชอบด้วยเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสมาชิกรัฐสภา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับบทบาทของวุฒิสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญอีกฉบับ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตให้ใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของรัฐสภา โดยไม่กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับสัดส่วนเสียงของวุฒิสภา ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน พร้อมยืนยันว่าการเสนอร่างทั้งสองฉบับเป็นไปตามจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองเสียงข้างน้อย การเคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และการใช้ทรัพยากรของประเทศอย่างเหมาะสม
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง