นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รับยื่นร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงานจำนวน 2 ฉบับจากนายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และคณะ ประกอบด้วย ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับมีเวลาพักผ่อน ซึ่งมีสาระสำคัญในการคืนเวลาให้ชีวิตคนทำงาน โดยกำหนดให้ลดชั่วโมงการทำงานเหลือไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพิ่มวันหยุดประจำสัปดาห์ และเพิ่มวันลาพักผ่อนประจำปีเป็น 10 วันต่อปี และอีกฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่มุ่งยืนยันหลักการว่าผู้ใช้แรงงานทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีพื้นที่สำหรับปั๊มนมบุตร มีสิทธิลาเพื่อดูแลบุคคลใกล้ชิดที่เจ็บป่วย รวมถึงสิทธิลาในช่วงมีประจำเดือน
นายเซีย กล่าวว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ได้ยืนยันร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับ ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อมีการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคผู้ประกอบการ ต่างมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อภาคธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แต่ส่วนตนเห็นว่าร่างกฎหมายทั้งสองฉบับยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเคยมีมติรับหลักการและผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญมาแล้ว พร้อมย้ำว่าเรื่องสิทธิ สวัสดิการแรงงาน เป็นประเด็นสำคัญที่ควรได้รับการส่งเสริมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้ใช้แรงงานเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศ โดยร่างกฎหมายทั้งสองฉบับมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานในปัจจุบัน ทั้งในด้านเวลาพักผ่อน สวัสดิการ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้แรงงาน ทั้งนี้ ตนได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานทั้ง 2 ฉบับต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง และหวังว่าจะได้รับการพิจารณาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกฝ่าย เพื่อร่วมกันพัฒนากฎหมายคุ้มครองแรงงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง