17 พ.ย.68-สส.พริษฐ์ พรรคประชาชน ยืนยันเดินหน้าผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จจากรัฐสภาก่อนสิ้นปี มั่นใจ “สูตร 20 หยิบ 1” ป้องกันการผูกขาด เปิดให้ประชาชนกำหนดผู้ร่างได้ผ่านคูหาเลือกตั้ง สส.

image

        นายพริษฐ์  วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... รัฐสภา ได้ลงมติเพื่อหาข้อสรุปในหลายประเด็นสำคัญเกี่ยวกับกลไกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งการมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนเรียกร้องมาตลอด และเป็นสิ่งที่หลายพรรคเคยเห็นตรงกัน สำหรับ‎ร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคประชาชนที่รัฐสภามีมติให้ใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณาของ กมธ. มี 2 หลักการที่ให้ความสำคัญ คือ 1. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 2. ป้องกันการผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

        นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า ‎ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ. มีการลงมติเกี่ยวกับ 3 ข้อเสนอหลักในร่างของพรรคประชาชนที่พยายามมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว ประกอบด้วย 1. สภาที่ปรึกษาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน 2. การเปิดให้ประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งเพื่อคัดกรองผู้ร่างมาเบื้องต้นก่อนส่งให้รัฐสภาคัดเลือก โดยร่างของพรรคประชาชนเสนอให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ร่างให้เหลือ 70 คน โดยใช้ระบบเลือกตั้งคล้ายกับ สส.บัญชีรายชื่อ ก่อนจะส่งต่อให้รัฐสภาคัดเลือกให้เหลือผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน แต่ กมธ.มีมติให้ตัดกลไกดังกล่าวออก โดยมีแค่ กมธ. 8 คนจากพรรคประชาชนที่ลงมติให้คงกลไกดังกล่าวไว้ อีก 14 คนเห็นควรให้ตัดออก และ 12 คนงดออกเสียง 3. การให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่างโดยใช้สูตร “20 หยิบ 1” แทนการใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก กล่าวคือ การกำหนดว่าในเมื่อสมาชิกรัฐสภามี 700 คน และผู้ร่างมี 35 คน จึงควรให้สมาชิกรัฐสภาที่รวมตัวกันได้ 20 คน สามารถมีสิทธิคัดเลือกผู้ร่างได้หนึ่งคน ซึ่งจะเป็นหลักประกันว่าคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และทำให้คณะผู้ร่างมีตัวแทนที่หลากหลายจากทุกกลุ่มความคิด

        ‎โฆษกพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ในทางกลับกันหากรัฐสภาใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา เช่น สส. และ สว. รวมกันเกิน 350 คน ก็อาจใช้เสียงข้างมากผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างได้ทั้ง 35 คน หรือ 100% แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งสำหรับข้อเสนอนี้ กมธ.ส่วนใหญ่เห็นด้วย ให้ใช้สูตร 20 หยิบ 1 แทนใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ พรรคประชาชนจะทำเต็มที่ในการจูงมือทุกภาคส่วนใน  กมธ.เพื่อเดินหน้าพิจารณามาตราที่เหลืออยู่ของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็วที่สุด โดยอย่างน้อยที่สุดควรจะพิจารณาในชั้น กมธ. ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน พ.ย.นี้ เพื่อให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาวาระ 2 ในต้นเดือนธันวาคม และให้รัฐสภาพิจารณาวาระ 3 เสร็จก่อนสิ้นเดือน ธ.ค.68

 

‎‎‎ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ