17 พ.ย.68 - ประธาน กมธ.วิสามัญฯ ศึกษาข้อดีข้อเสียยกเลิก MOU 43-44 วุฒิสภา เล็งจัดเวทีให้ความรู้ข้อดี–ข้อเสียยกเลิก MOU 43–44 ในจังหวัดชายแดน สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน พร้อมมองกรณีไทยเชิญผู้สังเกตการณ์อาเซียน ช่วยยืนยันข้อเท็จจริงสู่สากล

image

        นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดเวทีทำความเข้าใจกับประชาชนถึงการยกเลิก MOU ว่า หลังจากที่ได้หารือกับนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ได้มีการประสานถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมจัดสัมมนาข้อดีข้อเสียของ MOU 2543-2544 ที่จังหวัดต่างๆ ตามแนวชายแดน เพราะได้รับผลกระทบ ซึ่งตนเห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะตอนที่รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตนได้อภิปรายว่าหากจะทำประชามติ ควรต้องให้ความรู้กับประชาชน กมธ.รู้เรื่องใดประชาชนควรรู้สิ่งนั้นด้วย จึงวางแผนว่าจะต้องจัดสัมมนาเป็นการเร่งด่วน ซึ่งจะใช้สถานที่ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาในจังหวัดนั้นๆ หรือศาลากลางที่สามารถบรรจุคนได้จำนวนมาก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานไปยังจังหวัดที่ติดกับชายแดน คาดสามารถเริ่มเดือนนี้ได้ทันที หรือไม่ก็ต้นเดือนหน้า แต่จะดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจ ส่วนเรื่องการพูดคุยกับ กมธ.ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร คาดว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีน่าจะประสานงานกันอยู่แล้ว ขณะที่ ฝั่ง สว.คงเชิญบุคคลสองฝ่ายมาพูดคุยกันด้วยเหตุและผลที่มีอยู่

         
        นายนพดล ยังกล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ล่าสุด ว่า ขณะนี้เป็นการชิงความได้เปรียบต่อการหาพันธมิตรในเวทีโลก อย่างไรก็ตาม ตนยังมองในแง่บวกว่าในสายตาของนานาชาติ ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะฝ่ายที่มีความชอบธรรม จากที่ได้สำรวจในเวทีประชุมสหภาพรัฐสภาโลก การที่กัมพูชาพยายามที่จะให้ข้อมูลเชิงลบกับประเทศไทยในหลายด้าน จึงต้องพยายามตีตื้นขึ้นมา แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย การทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน เป็นเรื่องยาก ดังนั้น ตนมองว่าการที่ประเทศไทยพยายามนำผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน หรือ AOT เข้ามาตรวจสอบ ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะจะทำให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเผยแพร่ไปยังเวทีโลกได้

 

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ