1 ม.ค.69 - สว.ไชยยงค์ ระบุเทศบาลนครหาดใหญ่เดินหน้าขนย้ายขยะหลังอุทกภัยรุนแรง ถนนหลักสะอาดแล้ว เหลือชุมชนย่อย พร้อมชี้ความเสียหายทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 5 แสนล้านบาท เสนอรัฐปรับระบบแจ้งเตือนภัยและการบริหารจัดการน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำอีก

image

       นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะคนในพื้นที่ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าววิทยุรัฐสภา ถึงความคืบหน้าการฟื้นฟูอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังประสบอุทกภัยรุนแรงช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า หลังน้ำลด ปัญหาหลักของพื้นที่คือขยะจากความเสียหายของบ้านเรือน มีปริมาณรวมราว 200,000 ตัน ทั้งนี้ เทศบาลนครหาดใหญ่ได้เร่งขนย้ายขยะออกจากพื้นที่ เพื่อนำไปกำจัดที่โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเขตเทศบาลประมาณ 35 กิโลเมตร โดยถนนสายหลักในเขตตัวเมืองไม่มีขยะตกค้างแล้ว แต่ยังพบในชุมชนย่อยและตรอกซอกซอยบางแห่ง โดยภารกิจต่อไปคือการทำความสะอาดเมืองให้กลับมาสะอาดและพร้อมใช้งานตามปกติ

        นายไชยยงค์ ระบุด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นความเสียหายรุนแรงที่สุดของอำเภอหาดใหญ่จากน้ำท่วมที่ผ่านมา ในระยะยาวจำเป็นต้องมีแนวทางป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวเมือง ขณะเดียวกัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ภาคเอกชนบางส่วนมีความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โรงแรมประมาณ 35 แห่งสามารถเปิดให้บริการได้ แต่ร้านค้าและร้านอาหารยังไม่พร้อมทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนเริ่มฟื้นฟูบ้านเรือนและกลับมาค้าขายได้แล้ว

        สำหรับผลกระทบทางเศรษฐกิจ นายไชยยงค์ มองว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ปีนี้ส่งผลต่อจีดีพีของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากหาดใหญ่เป็นศูนย์กลางคมนาคม การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ โดยประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจของหาดใหญ่จากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ไว้ประมาณ 5 แสนล้านบาท อีกทั้งในปี 2568 ภาคใต้มีจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วมถึง 9 จังหวัด ยิ่งตอกย้ำผลกระทบเป็นวงกว้าง

        นายไชยยงค์ กล่าวถึงบทเรียนสำคัญว่า ภาครัฐต้องยอมรับว่าปีนี้ผู้บริหารท้องถิ่นมีความมั่นใจมากเกินไป ประเมินว่ายังมีพื้นที่รับน้ำได้อีกหลายเมตร โดยไม่คาดว่าน้ำจะเปลี่ยนทิศทาง ทำให้รับมือไม่ทันและเกิดความเสียหายในวงกว้าง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีน้ำท่วมสูงในตัวเมืองหาดใหญ่ระดับนี้ ดังนั้น การแก้ปัญหาในอนาคตต้องยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยให้รวดเร็ว ใช้การประเมินตามหลักวิชาการ และยึดข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นหลัก พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด ไม่พึ่งพาข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อม ป้องกัน และอพยพได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินอีกครั้ง

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ