22 ธ.ค. 68 - ที่ประชุมวุฒิสภา เตรียมให้ความเห็นชอบ 2 ป.ป.ช. พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกกต. 2 คน ในวันที่ 24 ธันวาคม นี้

image

          การประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 1 (สมัยวิสามัญ) ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 09.30 น. มีระเบียบวาระการพิจารณาที่สำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ 1.ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรม ทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จำนวน 2 คน และ2.การให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำนวน 2 คน
         ในส่วนของการตั้งคณะกรรมาธิการฯตรวจสอบประวัติ บุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง เป็นการตรวจสอบประวัติ จำนวน 2 คน คือ 1. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก แทนนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง พ้นจากตําแหน่งตามวาระ ซึ่งมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 มาตรา 8 (1) (ก) รับราชการ หรือเคยรับราชการในตําแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เทียบเทามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
2. นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง แทนนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 8 (1) (ก) เช่นเดียวกับนายจิรุตม์
          ทั้งนี้ ผู้ได้รับการสรรหาทั้งสองคนดังกล่าว เป็นผู้ได้รับคะแนนเสียงถึงสองในสาม ของจํานวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง จำนวน 9 คน
          นอกจากนี้ ที่ประชุมวุฒิสภา จะยังได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จำนวน 2 คน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 14 ภายหลังจากที่คณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมฯ ที่มีพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว ดังนี้
          1.นายสุชาติ สุนทรีเกษม อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ให้เป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แทนพลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ซึ่งพ่นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง (1) รับราชการหรือเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดี ผู้พิพากษา อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น ตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารกลาง หรืออธิบดีอัยการ มาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
          2.นายมนูภาน ยศธแสนย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา แทนนางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการ ซึ่งพ้น จากตำแหน่งเนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง ซึ่งมีคุณสมบัติตามมาตรา 9 วรรคสอง (1)
          ทั้งนี้ หากทั้งสองบุคคลได้รับเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา จะได้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ