4 ม.ค. 69 - สว.วุฒิพงศ์ ย้ำ สว.วางตัวเป็นกลางทางการเมือง หนุนการเลือกตั้งที่มีคุณภาพ ชี้บทบาทวุฒิสภาเน้นกลั่นกรองกฎหมาย ไม่ก้าวก่ายฝ่ายบริหาร พร้อมขอทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อความเข้มแข็งของประเทศ

image

             นาวาตรี วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า สมาชิกวุฒิสภาไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองใด จึงต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ต้องการเห็นพัฒนาการและความก้าวหน้าของกระบวนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการที่แต่ละพรรคการเมืองสามารถรวบรวมบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มาร่วมทำงาน ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะก่อนถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจะได้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้สมัครและผู้แทนเป็นใครบ้าง ซึ่งการเลือกตั้งเป็นสิทธิของประชาชน การตื่นตัวทางการเมืองเป็นเรื่องจำเป็นและเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่ควรทำให้ประชาชนรู้สึกเบื่อหน่ายเสียก่อน เพราะหากเป็นเช่นนั้น การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงอาจขาดคุณภาพ โดยประชาชนควรเลือกผู้แทนที่มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณภาพอย่างแท้จริง ทั้งในระดับบุคคลและพรรคการเมือง ซึ่งการเมืองในอนาคต หากมีการเลือกตั้ง ก็เปรียบเสมือนการผลัดใบของต้นไม้ ประชาชนอาจต้องอดทนกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่สิ่งใหม่

          ต่อข้อถามถึงบทบาทของวุฒิสภาในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองควรเน้นการกลั่นกรองกฎหมายหรือการดูแลเสถียรภาพทางการเมืองเพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจหลังการเลือกตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น นาวาตรี วุฒิพงศ์ กล่าวว่า วุฒิสภามีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการกลั่นกรองกฎหมาย คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้าสู่ตำแหน่งในองค์กรอิสระ และติดตามการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนการบริหารประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ซึ่งมาจากเสียงข้างมากของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข วุฒิสภาจะไม่ก้าวก่ายการบริหารแผ่นดินโดยไม่จำเป็น ยกเว้นในกรณีที่สามารถให้ข้อเสนอแนะ หรือเมื่อพบความไม่ถูกต้อง ก็สามารถตั้งกระทู้ถาม เสนอให้มีการอภิปราย หรือในกรณีร้ายแรงอาจรวบรวมรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาเพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป

            เมื่อถามถึงการสร้างบรรทัดฐานการทำงานร่วมกันระหว่างวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรในปี 2569 ซึ่งอาจมีความเห็นแตกต่างกันสูง นาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ในอดีตวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรอาจมีความเห็นไม่ตรงกันในหลายประเด็น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชน หากไม่เปิดใจพูดคุย และมองอีกฝ่ายเป็นศัตรู จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ประเทศได้

             สำหรับในปี 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันจำเป็นต้องสื่อสารและทำความเข้าใจกันมากขึ้น แม้จะมีความแตกต่างด้านอายุหรือความเชี่ยวชาญ แต่ทุกฝ่ายต่างมีบทบาทตามหน้าที่ของตน หากร่วมมือกัน ประเทศไทยก็จะสามารถเดินหน้าและเข้มแข็งได้ในระยะยาว

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

แฟ้มภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ