นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การบริหารราชการแผ่นดิน ด้านการจัดการภัยพิบัติระดับชาติ วุฒิสภา กล่าวถึงการฟื้นเมืองใหญ่ หลังไทยเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาว่า อุทกภัยไม่ว่าจะเกิดที่จังหวัดไหนไม่ควรเกิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 เพราะสร้างความเสียหายให้กับประชาชนและทรัพย์สินจำนวนมหาศาล รัฐบาลต้องตระหนักและแก้ปัญหาไม่ให้ภัยต่าง ๆ เกิดขึ้นอีก
นายเศรณี กล่าวอีกว่า อุทกภัยที่ อ.หาดใหญ่ เกิดมาแล้วกว่าหนึ่งเดือน วันนี้รัฐบาลต้องถอดบทเรียนให้ได้ว่าการบริหารจัดการน้ำในเมืองใหญ่ในหลายๆ จังหวัดนั้น จะรับมืออย่างไร หากปริมาณน้ำมาจำนวนมากและไม่สามารถระบายน้ำได้ทันก็จะเกิดปัญหาซ้ำขึ้น พร้อมยกตัวอย่าง จังหวัดชุมพร ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแนวคิด ในการแก้ไขปัญหาว่าทำอย่างไรไม่ให้น้ำไหลเข้ามาในจังหวัดชุมพร โดยการทำคลองบายพาส ระบายน้ำไม่ให้เข้าเมือง 70% และเหลือน้ำที่ไหลผ่านเมืองตามคลองปกติ 30% ซึ่งจนถึงวันนี้ น้ำไม่ท่วมที่จังหวัดชุมพรอีกเลย ดังนั้นที่อำเภอหาดใหญ่ ในระยะเวลา 11 เดือนข้างหน้า จะต้องมีแผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งมองว่าจะต้องถอดบทเรียนเรื่องการทำคลองระบายน้ำ
นายเศรณี กล่าวว่า วันนี้เราเน้นแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และรอปัญหาให้เกิด แต่แผนยุทธศาสตร์ในการป้องกันระยะยาวแทบจะไม่ได้คิดเลย รัฐบาลต้องจัดการเรื่องนี้ให้เป็นวาระแห่งชาติ แผนรับมือภัยพิบัติต่างๆ ต้องดูบริบทของแต่ละพื้นที่ เพราะหากจะรอใช้งบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีนั้น คงนำมาใช้ในการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วไม่ได้ อีกทั้งการบัญชาการเหตุการณ์ต่างๆ จะต้องมีความเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ
นายเศรณี กล่าวว่า บทบาทของ สว. สามารถให้คำแนะนำในการกำกับติดตามนโยบายต่างๆ ว่าทำอย่างไรรัฐบาลถึงจะได้นำปัญหาอุทกภัยมาเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดแผนยุทธศาสตร์รองรับแก้ไขปัญหา วันนี้ประเทศไทยไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล ยังไม่เห็นนโยบายของพรรคการเมืองใดที่จะรับเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ตนในฐานะ สว. อยากเรียกร้องพรรคการเมืองทุกพรรคและรัฐบาลในอนาคต เข้ามาแก้ไขในหลายมิติ โดยเฉพาะในหลายพื้นที่ที่เกิดปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เราไม่ควรประมาทอนาคต และจะต้องมีแผนรับมือภัยพิบัติต่าง ๆ อีกทั้งอยากให้ทำควบคู่กับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)