นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา รับเรื่องร้องเรียนจากนายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน และนายชลิต รัษฐปานะ กรรมการประกันสังคม (สัดส่วนผู้ประกันตน) จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า เพื่อขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสในการแก้ไขระเบียบสำนักงานประกันสังคมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม)
นายธนพงษ์ กล่าวว่า ระเบียบเดิมเมื่อปี 2564 ถูกใช้เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวเมื่อปี 2566 สำหรับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งเมื่อมีผู้ได้รับเลือกตั้งเข้าไปบริหาร มีการเปลี่ยนแปลงระเบียบการเลือกตั้งโดยตั้งเป็นคณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 เมื่อเดือนเมษายน 2568 และมีการลัดคิวให้ระเบียบนี้ผ่านไป โดยใช้การเสนอเป็น “เรื่องเพื่อทราบ” ในที่ประชุมบอร์ดบริหารประกันสังคม ซึ่งกรรมการประกันสังคมเองมีข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่เห็นระเบียบนี้ ก่อนจะทำประชาพิจารณ์ จึงมีการเสนอให้นำระเบียบดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดอีกครั้ง เมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ทราบว่าระเบียบใหม่เป็นอย่างไร โดยทราบว่ามีการตัดสิทธิผู้ประกันตนจากเดิม 1 คน เลือกผู้สมัครได้ 7 คน เป็น 1 คน เลือกผู้สมัครได้ 1 คน เป็นการลิดรอนสิทธิผู้ประกันตน อีกทั้งยังทราบว่าคณะอนุกรรมาธิการด้านการประสังคมในคณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา มีการเสนอระเบียบใหม่ที่คล้ายกันกับคณะอนุกรรมการฯ เป็นอย่างมาก ซึ่งเห็นว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกัน เพราะผู้ที่อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการฯ บางคนแพ้การเลือกตั้งและมีส่วนในการเสนอระเบียบใหม่นี้ออกมา
ด้าน นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีการเปลี่ยนกติกาสาธารณะที่กระทบคนกว่า 10 ล้านคน ข้อมูลทุกอย่างต้องชัดเจนและตรวจสอบได้ ขณะนี้มีการทำประชาพิจารณ์ระเบียบดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม ถึง 14 กุมภาพันธ์ นี้ ตนมีความกังวลว่าผู้ประกันตนจะได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเพียงพอหรือไม่ และได้รับรายงานว่าอาจมีการชี้นำให้ลงมติเห็นชอบโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ซึ่งหากผู้ประกันตนพบเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ขอให้แจ้งมายังคณะกรรมาธิการฯ ทันที โดยยืนยันจะเดินหน้าตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนกติกาครั้งนี้เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยและเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง
นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เข้าไปทำประชาพิจารณ์ร่างระเบียบใหม่ พบปัญหามาก ทั้งความไม่จำเป็นที่ต้องกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน ไม่อาจรู้ได้ว่า 1 คน สามารถแสดงความเห็นได้กี่ครั้ง คำถามเข้าใจยากและบังคับให้ใส่เหตุผลในทุกคำตอบ ทำให้เสียเวลาเป็นอย่างมาก
ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย โฆษกคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเสริมว่า ในฐานะเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 และ 39 หากมีการลิดรอนสิทธิในการเลือก ตนจะใช้สิทธิทางกฎหมายในการปกป้องสิทธิของตนเอง โดยความพยายามปรับปรุงระเบียบดังกล่าวนี้ ไม่ได้มีการพูดถึงสิทธิของผู้ประกันตน แม้จะมีการทำประชาพิจารณ์ เดิมทีมีสิทธิเลือกได้ 7 คน เต็ม แล้วไปปรับเหลือ 1 คน เนื่องจากเชื่อว่าผู้ประกันตนจะเลือกเป็นผู้สมัครไปเป็นแพ็ค ซึ่งเป็นการคิดแทน และจะมีผลร้ายตามมา เนื่องจากการให้ผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกตั้งทำให้รู้สึกเป็นเจ้าของประกันสังคมร่วม แต่หากไปตัดสิทธิอาจทำให้ผู้ประกันตนย้ายออกจากกองทุนประกันสังคม ส่วนเรื่องสิทธิของเสียงส่วนน้อย ไม่ได้หมายความว่าเลือกตั้งแล้วจบ แต่มันมีกระบวนการตั้งคณะอนุกรรมการต่าง ๆ อยู่ สามารถดึงเข้ามามีส่วนร่วมได้ และอีกประเด็นหากการเลือกตั้งบอร์ดเมื่อปี 2566 มีผู้มาใช้สิทธิน้อย จึงคิดว่าผู้สมัครที่ชนะไม่มีความชอบธรรม ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องแก้ให้ผู้ประกันตนมาใช้สิทธิให้มากขึ้น ไม่ใช่แก้ระเบียบฯ ลดสิทธิของผู้ประกันตนลง
ทั้งนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ได้เสนอข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่ ขอให้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ เพื่อตรวจสอบที่มาและเหตุผลความจำเป็นในการแก้ไข รวมถึงตัวบุคคลที่เสนอประเด็นซึ่งอาจกระทบต่อความเป็นธรรม ขอให้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม เพื่อตรวจสอบความเห็นรายบุคคล โดยเฉพาะประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ของผู้ที่อาจลงสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตแต่กลับมามีส่วนกำหนดกติกา และขอให้เปิดเผยบันทึกการประชุมบอร์ดประกันสังคมทุกครั้ง โดยเฉพาะวาระที่เกี่ยวข้องกับการรับรองร่างระเบียบฉบับนี้ เพื่อให้สังคมเห็นว่ากรรมการคนใดมีจุดยืนอย่างไร และเหตุใดข้อทักท้วงต่าง ๆ จึงถูกปัดตกไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง