30 ม.ค. 69 - กมธ.ต่างประเทศ วุฒิสภา จัดเวทีสัมมนานำเสนอรายงาน "อดีต ปัจจุบัน อนาคตประเทศไทย: จะรุ่งหรือร่วงได้…ภายใต้ FTAs" แลกเปลี่ยนความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินบทเรียน ผลกระทบ และทิศทางการจัดทำ FTA ไทยในอนาคต

image

           คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ วุฒิสภา จัดงานสัมมนานำเสนอรายงาน "อดีต ปัจจุบัน อนาคตประเทศไทย: จะรุ่งหรือร่วงได้…ภายใต้ FTAs" โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หอการค้าไทย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ สภาองค์กรของผู้บริโภค กรมศุลกากร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กรมการค้าต่างประเทศ เข้าร่วม ณ ห้องจัดประชุมสัมมนา ชั้นบี 1 อาคารรัฐสภา
          ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ ประธานที่ปรึกษา กมธ.การต่างประเทศ วุฒิสภา และรองประธานอนุ กมธ.ติดตามความร่วมมือระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และแรงงานของไทย กล่าวถึงที่มาการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ว่า ปัจจุบันความตกลงการค้าเสรี (FTA) ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ท่านกลางบริบทของการแข่งขันทางการค้าที่ทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น การที่ประเทศไทยได้จัดทำและเข้าร่วม FTA กับประเทศ และกลุ่มประเทศต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการลดหรือยกเลิกอุปสรรคทางการค้า ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้อย่างกว้างขวาง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ และส่งเสริมการขยายตัวของการส่งออกในระยะยาว
          นอกจากนี้ FTA ยังมีบทบาทสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนผ่านกติกาทางการค้าที่ขัดเจนและมีเสถียรภาพ อีกทั้งช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยเข้ากับห่วงโซ่มูลค่าในระดับภูมิภาค และระดับโลก ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนามาตรฐานการผลิต และการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการไทย
          กมธ.การต่างประเทศ วุฒิสภา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมีบทบาทในการพิจารณา เสนอแนะ และติดตามการดำเนินงานของภาครัฐในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำ FTA ของไทย โดยเห็นควรศึกษาวิเคราะห์เพื่อประเมินประสิทธิผลการใช้ประโยชน์จาก FTA ที่ไทยได้เจรจาสำเร็จแล้ว ศึกษาวิเคราะห์ประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ไทยต้องดำเนินการเพื่อรองรับพันธกรณีจากความตกลงที่อยู่ระหว่างการเจรจา หรือมีแผน จะเจรจาในอนาคต พร้อมทั้งจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโบายเพื่อให้ไทยสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลง ดังนั้น กมธ. จึงได้จัดการสัมนาดังกล่าวขึ้น เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมทั้งผลการศึกษาวิเคราะห์ และประเมินผลในเบื้องต้น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จาก FTA ไทย จากภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพื่อจะได้นำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ แนวทางเชิงนโยบาย รวมทั้งมาตรการเชิงปฏิบัติที่สามารถนำไปสู่การใช้ประโยชน์จาก FTA ของไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และนำเสนอต่อฝ่ายบริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
          ด้านนายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธาน กมธ. กล่าวเปิดงานว่า กมธ. และอนุ กมธ. เห็นถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์จาก FTA ของไทย โดยได้ทำการศึกษาวิเคราะห์และประเมินผลการใช้ประโยชน์จาก FTA ทั้งที่มีผลบังคับใช้แล้ว อยู่ระหว่างการเจรจา และมีแผนจะเจรจาในอนาคต ทำให้นำมาสู่การจัดการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อเป็นวิธีในการนำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์ในเบื้องต้น และเป็นวิธีในการแลกเปลี่ยนข้อมูลการรวมความเห็นจากส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ หวังว่าการสัมมนาในวันนี้จะบรรลุตามวัตถุประสงค์ นำไปสู่ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
          จากนั้นนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ รองเลขานุการ กมธ. บรรยายในหัวข้อ "การนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ และเสนอแนะต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรี ทั้งที่ไทยเจรจาสำเร็จแล้ว อยู่ระหว่างการเจรจา และมีแผนจะเจรจาในอนาคต" ซึ่งการจัดทำรายงานแล้วเสร็จไปกว่า 95% ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลจาก 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กรอบระยะเวลา 9 สัปดาห์
          นายพรชัย กล่าวว่า เมื่อพูดถึงการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ FTA เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลมากที่สุด โดยวัตถุประสงค์ของรายงานฉบับนี้ ประกอบด้วย การศึกษา FTA ไทยกับสหภาพยุโรป (EU) วิเคราะห์ประโยชน์ โทษ ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ประเมินความพร้อมของกฎหมาย มาตรการ กลไกภายใน ศึกษากรณีตัวอย่าง เปรียบเทียบกลยุทธ์ ผลลัพธ์ จัดทำข้อเสนอแนะ ลดความเสี่ยงป้องกันผลกระทบ ทำการศึกษา FTA 17 ฉบับที่มีอยู่ วิเคราะห์รายละเอียดและขอบเขตข้อมูล ก่อนและหลัง ประวัติ ประสิทธิผล ประเมินข้อจำกัดอุปสรรคการใช้สิทธิประโยชน์ จัดทำแนวทางยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถ ศึกษาบทเรียนสำหรับการเจรจา FTA ฉบับใหม่ และศึกษา FTA ที่อยู่ระหว่างการเจรจา เจาะลึกประโยชน์ โทษ ความเสี่ยง ข้อผูกพัน ประเมินความพร้อมของกฎหมายใหม่ (แรงงาน,สิ่งแวดล้อม) วิเคราะห์ลำดับความสำคัญ จัดทำ Roadmap ศึกษากรณีตัวอย่างความสำเร็จ เพื่อประยุกต์ใช้และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพิ่มศักยภาพและลดความเสี่ยง
          โดยบทสรุปความสำเร็จที่แท้จริงของนโยบาย FTA ไม่ใช่แค่จำนวนข้อตกลงที่ลงนาม แต่คือการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง การยกระดับมาตรฐานให้ทัดเทียมสากล และการกระจายประโยชน์อย่างทั่วถึง ซึ่งกุญแจสำคัญ คือ มุ่งมั่นปฏิรูปกฎหมายภายใน สร้างกลไกประสานงานและสนับสนุนผู้ประกอบการทุกระดับ นำไปสู่การขยายโอกาสใหม่ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน สามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดเดิม สร้างความสามารถในการแข่งขันที่ยั่งยืน รวมถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
          นอกจากนี้ ยังมีเวทีการอภิปรายหัวข้อ "มุมมองของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อรายงานการวิเคราะห์และเสนอแนะต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรีของไทย: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต" และการอภิปรายแบบกลุ่มหัวข้อ "การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อรายงานการวิเคราะห์และเสนอแนะต่อการจัดทำความตกลงการค้าเสรีของไทย: อดีต ปัจจุบัน และอนาคต"

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ