การประชุมคณะอนุกรรมาธิการการบริหารจัดการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ที่มีนายชวภณ วัธนเวคิน ประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาการบริหารจัดการเชิงรุกในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม หลังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมการปกครอง สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมการข้าว และกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมให้ข้อมูลว่า ปัญหาสำคัญของการทำนาข้าวที่ส่งผลต่อคุณภาพอากาศ คือ การเผาตอซังและฟางข้าว ซึ่งก่อให้เกิดฝุ่นละออง หมอกควัน และเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้ อาทิ คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ และไนโตรเจนไดออกไซด์ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยและเป็นต้นเหตุของปัญหาก๊าซเรือนกระจกที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อน
ด้าน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้นำเสนอมาตรการป้องกันและแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม โดยแบ่งเป็น 2 มาตรการหลัก ได้แก่ การเฝ้าระวัง สร้างการรับรู้ และป้องปรามการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมโดยการติดตามสถานการณ์และตรวจสอบ Hot Spot รวมทั้งการตัดสิทธิการได้รับความช่วยเหลือชดเชยต่างๆ จากภาครัฐ และการส่งเสริมการเกษตรเพื่อแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ได้แก่ โครงการลดการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน โครงการจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โครงการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน โครงการพัฒนาผู้แทนเกษตรกร และโครงการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร
ขณะที่ กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เสนอการดำเนินการลดการเผาพื้นที่เกษตรกรรม ผ่านโครงการส่งเสริมการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเกษตรกรเป้าหมาย 16,500 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1.โครงการ Green Gain Day สร้างการเรียนรู้และสร้างแรงจูงใจ ไม่เผาแต่ได้รายได้ ใน 77 จังหวัด เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกรจากการเผาเศษวัสดุเหลือใช้ มาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้แทน 2. จัดตั้ง Green Gain Hub เพื่อเป็นศูนย์กลางการสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร รวม 30 จุด กระจายใน 30 จังหวัด 3. สร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยสร้างมูลค่าเพิ่มรายได้ให้ชุมชนใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 และ 4.การบริหารจัดการพื้นที่การเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการปลูกพืชใช้น้ำน้อย เข้าถึงเกษตรกร 5,000 ราย ครอบคลุม 49 จังหวัด เพื่อลดการใช้น้ำและลดการเผาพื้นที่เกษตรกรรมไปพร้อมกัน
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
อนุ กมธ.การบริหารจัดการเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ข้อมูล/ภาพ