นายนิรัตน์ อยู่ภักดี ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา ได้ประชุมทวิภาคีกับ H.E. Mr. Sayed Ahmed Fouad (Commercial Minister Plenipotentiary) Director of the Asian Countries Department และคณะผู้บริหาร ของ Egyptian Commercial Service - ECS ณ กระทรวงอุตสาหกรรม New Administrative Capital สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
คณะกรรมาธิการได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทยในการพิจารณารายละเอียดความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-อียิปต์ในอนาคต โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้ อียิปต์ไม่ได้เป็นเพียงคู่ค้าทั่วไป แต่คือจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อ 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย แอฟริกา และยุโรป ด้วยส่วนแบ่งการค้าโลกถึง 12% และมีเรือผ่านกว่า 26,000 ลำต่อปี หากไทยสามารถยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนทางการค้าผ่าน FTA ได้สำเร็จ ไทยจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากเครือข่ายที่อียิปต์มีกับกลุ่มประเทศในแอฟริกาผ่านกรอบ AfCFTA และ COMESA รวมถึงการเชื่อมโยงไปยังยุโรปและกลุ่มประเทศอาหรับ
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน อียิปต์มีความพร้อมสูงในการรองรับการลงทุน โดยมีท่าเรือพาณิชย์ 15 แห่งและสนามบิน 27 แห่ง พร้อมระบบขนส่งทางเรือแบบ Ro-Ro ที่สามารถเชื่อมตรงสู่ยุโรปได้ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากนี้ ระบบ Egypt Business Gateway 2.0 กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Paperless 100% โดยตั้งเป้าลดระยะเวลาการผ่านพิธีศุลกากรเหลือเพียง 2 วัน ภายในปี 2026
ด้านต้นทุนการผลิต อียิปต์มีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างชัดเจน โดยค่าไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 0.04 USD ต่อหน่วย ค่าแรงขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 122 USD หรือประมาณ 6,000 EGP และมีแรงงานทักษะสูงกว่า 29 ล้านคน ซึ่งกว่า 60% เป็นคนรุ่นใหม่อายุต่ำกว่า 30 ปี
สำหรับศักยภาพทางเศรษฐกิจโดยรวม อียิปต์ครองอันดับ 1 ในแอฟริกาด้านการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) มี GDP เติบโตต่อเนื่องที่ 4.4% และมีประชากรกว่า 110 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
คณะกรรมาธิการ เชื่อมั่นว่า หากไทยเร่งศึกษาและกระชับความร่วมมือทางการค้ากับอียิปต์อย่างจริงจัง ไทยจะไม่ใช่แค่ได้ "ตลาดใหม่" ที่มีประชากรกว่าร้อยล้านคน แต่จะได้ "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" ที่จะพาการค้าของไทยเข้าสู่ตลาดแอฟริกา ซึ่งมีจำนวนประชากร 1,500 ล้านคน ได้อย่างสง่างามและมั่นคง
อรุณี ตันศักดิ์ดา /เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ