นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Tewarit Bus Maneechai แสดงความไม่เห็นด้วยกับการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยเฉพาะการให้ศาลรัฐธรรมนูญ (รธน.) เป็นผู้ตัดสิน ทั้งนี้ประเทศไทยเคยมีบทเรียนมาแล้วในปี พ.ศ. 2549 ที่ศาล รธน. วินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจากกรณีคูหาเลือกตั้งไม่เป็นความลับ และปี พ.ศ. 2557 จากเหตุการเลือกตั้งไม่เกิดขึ้นทั่วราชอาณาจักร ส่งผลให้เสียงของประชาชนกว่า 20 ล้านคนที่ออกไปใช้สิทธิเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 สูญเปล่า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางดังกล่าวทำให้องค์กรอิสระ โดยเฉพาะ ศาล รธน. มีอำนาจมากเกินไป
นายเทวฤทธิ์ ระบุด้วยว่าตนเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีปัญหาเยอะมากโดยเฉพาะปัญหาที่มีบาร์โค้ด ซึ่งสามารถเชื่อมโยงไปถึงตัวผู้ใช้สิทธิ ทำให้การเลือกนั้นอาจไม่เป็นความลับ ขัดต่อ รธน. มาตรา 85 หรือมีบัตรเขย่งจำนวนมาก จึงมองว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ควรตั้งธงให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งหมด เพราะหมายถึงการทำให้เจตจำนงของประชาชนที่ไปเลือกด้วยความบริสุทธิ์ใจ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์นั้น ต้องเป็นโมฆะไปด้วย ซึ่งตนได้เสนอทางออก 4 ทาง ได้แก่ ควรมีการนับคะแนนใหม่ อาจนับใหม่ทั้งประเทศ หรือเฉพาะหน่วยเลือกตั้ง หรือ เขตเลือกตั้งที่มีข้อร้องเรียน กรณีบัตรเลือกตั้งสีชมพูที่มีบาร์โค้ด เชื่อมโยงผู้มาใช้สิทธิ์ได้ ต้องเร่งตัดวงจรการเชื่อมโยงข้อมูล หรือให้บุคคลที่สังคมเชื่อถือเป็นผู้ดูแล แทนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมเสนอว่าหากประเมินแล้วความเสียหายเกิดทั้งระบบจริง อาจจัดเลือกตั้งใหม่เฉพาะบัตรเลือกตั้งสีชมพู สำหรับเลือกบัญชีรายชื่อหรือพรรคการเมือง ไม่ควรให้ทั้งการเลือกตั้งและการลงประชามติเสียไปทั้งหมด และบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด ที่สามารถเชื่อมโยงหาผู้เลือกได้ ต้องไม่มีอีกต่อไป เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้ประชาชนเชื่อว่าการลงคะแนนเป็นลับอย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบการตัดสินใจของประชาชนในอนาคต อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ กกต. ซึ่งอาจพลาดโดยไม่ตั้งใจ แต่หากไม่ยอมรับข้อผิดพลาดและพยายามเดินหน้าต่อโดยไม่แก้ไข ย่อมถือเป็นความผิด ซึ่งตนมองว่า กกต.ควรยอมรับความพลาดนี้ และมองประชาชนเป็นเพื่อนร่วมกันแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่การตั้งตนเป็นคู่ขัดแย้ง นอกจากไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว จะยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายยิ่งขึ้น
นายเทวฤทธิ์ ระบุเพิ่มเติมว่าไม่ควรยกหน้าที่ทั้งหมดให้ศาล รธน. วินิจฉัย และไม่ควรทำให้เสียงของประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิด้วยความบริสุทธิ์ใจต้องสูญเปล่าแต่ควรจำกัดขอบเขตในการแก้ไข
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว /เรียบเรียง
เพจเฟซบุ๊ก Tewarit Bus Maneechai ข้อมูล/ภาพ (แฟ้มภาพ)