นายชาญชัย ไชยพิศ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีความปลอดภัยของโรงเรียนว่า กลุ่มโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก ถือเป็นโรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะบางโรงเรียนยังไม่มีความพร้อมเรื่องกายภาพ บุคลากร และการป้องกัน
สำหรับจุดอ่อนของระบบการคัดกรองยังใช้ระบบพึ่งพาเชิงดุลยพินิจบุคคลมากกว่าระบบที่รัดกุมถือเป็นจุดที่บอบบางที่สุด เพราะ รปภ.และ ครูเวร มักจะคุ้นเคยกับประชาชนในพื้นที่จึงมองคนในชุมชนเป็นเชิงบวกการปฏิบัติหน้าที่และการตรวจบัตรจึงหย่อนยาน และ กายภาพของโรงเรียนไม่เอื้ออำนวย เพราะโรงเรียนในประเทศไทยตามภูมิภาคต่าง ๆ มีทางเข้าออกหลายทาง และบางโรงเรียนอาจไม่มีรั้วครบทุกด้าน จึงทำให้การเข้าออกเป็นไปด้วยความง่ายดายไม่มีการป้องกัน และ ยังขาดเทคโนโลยีด้านการเชื่อมโยงข้อมูล เช่น บางโรงเรียนแทบจะไม่มี รปภ.หรือไม่มีการแลกบัตรเข้าออกโรงเรียน ขณะเดียวกันโรงเรียนมักถูกใช้เป็นสถานที่สาธารณะ เช่น การแข่งขันกีฬา การเปิดเป็นทางลัดในชุมชน
รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ควรเกิดการเชื่อมโยงข้อมูล และยกระดับให้โรงเรียนมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพราะในต่างประเทศการเข้าพื้นที่โรงเรียนเป็นเรื่องที่ยากมาก หากไม่มีการติดต่อล่วงหน้าจะไม่สามารถเข้าพื้นที่โรงเรียนได้ วันนี้ตามโรงเรียนต่างๆควรยกเลิกสมุดจดเข้าออกโรงเรียนควรเปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนบัตรประชาชนโดยลิงค์ฐานข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิด
อย่างไรก็ตาม ระบบการศึกษาไทยควรบรรจุหลักสูตรเรื่องการป้องกันตนเองจากเหตุการณ์โรงเรียนถูกบุกรุกจากผู้ไม่หวังดี โดยการ หนี ซ่อน สู้ นอกจากบรรจุในหลักสูตรแล้วต้องมีการซักซ้อมนักเรียนอย่างเป็นประจำ เช่นกันซ้อมหนีไฟ
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)