19 ก.พ. 69 - รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ วุฒิสภา เผย โรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศยังเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง เหตุระบบคัดกรองบุคคลยังพึ่งดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ เสนอใช้ระบบสแกนบัตรประชาชนเชื่อมฐานข้อมูลความมั่นคง พร้อมเปิดหลักสูตร “หนี ซ่อน สู้” ให้เด็กทั่วประเทศ

image

          นายชาญชัย ไชยพิศ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมวุฒิสภา กล่าวถึงกรณีความปลอดภัยของโรงเรียนว่า กลุ่มโรงเรียนประถมศึกษา และโรงเรียนมัธยมขนาดเล็ก ถือเป็นโรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบางที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะบางโรงเรียนยังไม่มีความพร้อมเรื่องกายภาพ บุคลากร และการป้องกัน
  
          สำหรับจุดอ่อนของระบบการคัดกรองยังใช้ระบบพึ่งพาเชิงดุลยพินิจบุคคลมากกว่าระบบที่รัดกุมถือเป็นจุดที่บอบบางที่สุด เพราะ รปภ.และ ครูเวร มักจะคุ้นเคยกับประชาชนในพื้นที่จึงมองคนในชุมชนเป็นเชิงบวกการปฏิบัติหน้าที่และการตรวจบัตรจึงหย่อนยาน และ กายภาพของโรงเรียนไม่เอื้ออำนวย เพราะโรงเรียนในประเทศไทยตามภูมิภาคต่าง ๆ มีทางเข้าออกหลายทาง และบางโรงเรียนอาจไม่มีรั้วครบทุกด้าน จึงทำให้การเข้าออกเป็นไปด้วยความง่ายดายไม่มีการป้องกัน และ ยังขาดเทคโนโลยีด้านการเชื่อมโยงข้อมูล เช่น บางโรงเรียนแทบจะไม่มี รปภ.หรือไม่มีการแลกบัตรเข้าออกโรงเรียน ขณะเดียวกันโรงเรียนมักถูกใช้เป็นสถานที่สาธารณะ เช่น การแข่งขันกีฬา  การเปิดเป็นทางลัดในชุมชน
  
          รองประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ควรเกิดการเชื่อมโยงข้อมูล และยกระดับให้โรงเรียนมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพราะในต่างประเทศการเข้าพื้นที่โรงเรียนเป็นเรื่องที่ยากมาก หากไม่มีการติดต่อล่วงหน้าจะไม่สามารถเข้าพื้นที่โรงเรียนได้ วันนี้ตามโรงเรียนต่างๆควรยกเลิกสมุดจดเข้าออกโรงเรียนควรเปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนบัตรประชาชนโดยลิงค์ฐานข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิด
   
          อย่างไรก็ตาม ระบบการศึกษาไทยควรบรรจุหลักสูตรเรื่องการป้องกันตนเองจากเหตุการณ์โรงเรียนถูกบุกรุกจากผู้ไม่หวังดี โดยการ หนี ซ่อน สู้ นอกจากบรรจุในหลักสูตรแล้วต้องมีการซักซ้อมนักเรียนอย่างเป็นประจำ เช่นกันซ้อมหนีไฟ


คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ