ที่อาคารอนาคตใหม่ นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ รองหัวหน้าพรรคและผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวผลการตรวจสอบการเลือกตั้งปี 2569 พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงข้อสงสัยของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้งในปี 2569
นายพริษฐ์ ระบุว่า วันนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าบาร์โค้ดอย่างน้อยในส่วนของบัตรบัญชีรายชื่อ เป็นบาร์โค้ดที่เป็นรหัสบัตร ที่สามารถตรวจย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนแต่ละคนที่ลงคะแนนเสียงกาให้กับใคร คำถามที่มีการถกเถียงในสังคมตอนนี้คือการมีอยู่ของบาร์โค้ดที่สามารถตรวจย้อนกลับได้ เท่ากับทำให้การออกเสียงที่ผ่านมาไม่เป็นความลับหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันมีสองกลุ่มความเห็น สำหรับพรรคประชาชน การออกเสียงจะลับหรือไม่ลับ ขึ้นอยู่กับว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่ว่าใครกาอะไร หากการออกเสียงจะลับจะต้องตรวจสอบย้อนกลับไปไม่ได้เลย ไม่ว่าจะในเชิงทฤษฎีหรือในเชิงปฏิบัติ ขณะที่ กกต. กลับนิยามคำว่าลับว่าแม้จะตรวจสอบย้อนกลับไปได้ในเชิงทฤษฎี แต่หากตรวจสอบย้อนกลับได้ยากในเชิงปฏิบัติ การออกเสียงก็ยังถือว่าลับอยู่
แต่ต่อให้ยอมรับนิยามคำว่าลับของ กกต. แต่การตรวจว่าใครกาให้กับใครไม่ได้ยากในระดับที่ กกต. พยายามให้เหตุผล และไม่ได้เกี่ยวข้องกับว่า กกต. เก็บบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วไว้อย่างปลอดภัยหรือไม่ เพราะมีกระบวนการที่ตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใคร โดยไม่ต้องเข้าถึงบัตรเลือกตั้งหรือต้นขั้วที่เข้า กกต. เก็บไว้ เช่น หากตนเป็นผู้สมัครแล้วไปข่มขู่ประชาชนว่าต้องเลือกตน แล้วจะตรวจสอบว่าเลือกจริงหรือไม่ สิ่งที่ตนสามารถทำได้คือการขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำรหัสต้นขั้วหรือ 3-4 เลขสุดท้ายของรหัสต้นขั้วมาแล้วกลับมารายงานให้ตนทราบ ตนในฐานะผู้สมัครสามารถส่งผู้สังเกตการณ์ไปตั้งกล้องถ่ายทุกภาพที่เจ้าหน้าที่มีการขาน แล้วสแกนบาร์โค้ดของบัตรทุกใบ เพื่อดูว่าบัตรที่มีรหัสตรงกับต้นขั้ว กาให้กับใคร
นายพริษฐ์ กล่าวต่อไปว่า การมีอยู่ของบาร์โค้ดบนบัตรเปิดช่องโหว่ ซึ่งทำให้หากผู้สมัครคนใดรู้ถึงระบบบาร์โค้ดก่อน สามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้เพื่อตรวจสอบได้ว่าใครกาให้กับใคร ประเด็นนี้จะถูกจับตามองและสังเกตการณ์อีกครั้งหนึ่งในการเลือกตั้งใหม่ในบางหน่วยในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ที่จะมาถึงนี้ หาก กกต. ยืนยันว่าบัตรออกเสียงของตนเองที่ใช้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ไม่มีปัญหาจริง ทุกคนควรจะเห็นสองอย่าง คือ กกต. ยังใช้บัตรเลือกตั้งแบบเดิมที่มีบาร์โค้ดอยู่ และควรจะเห็นการนับคะแนนที่ไม่ได้มีความพยายามในการปกปิดบาร์โค้ดตอนนับคะแนน เพราะหาก กกต. มีการออกแนวปฏิบัติให้ถือบัตรตอนนับคะแนนในลักษณะที่เป็นการจงใจปิดบาร์โค้ด นั่นเท่ากับเป็นการยอมรับแล้วว่าการดำเนินการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์มีปัญหา
กรณีต่อมา จากการที่ กกต. ได้เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) ในเว็บไซต์ของ กกต. เมื่อวานนี้ โดยระบุว่าครบทุกหน่วยแล้ว ยกเว้นหน่วยที่จะมีการเลือกตั้งใหม่หรือนับใหม่ พรรคประชาชนมีข้อเรียกร้อง ดังนี้
- ขอเรียกร้องให้ กกต. ตรวสอบว่าได้เปิดเผยเอกสารรายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) ครบทุกหน่วยแล้วหรือยัง (หากไม่นับหน่วยที่มีการเลือกตั้งใหม่หรือนับใหม่) เพราะพรรคประชาชนยังได้รับข้อร้องเรียนจากภาคประชาชน ว่ายังมีบางหน่วยที่ไม่มีการอัปโหลดเอกสาร ส.ส. 5/18 และยังมีบางกรณีที่ยังขาดผลรายงานการนับคะแนนการเลือกตั้งนอกเขตหรือนอกราชอาณาจักร
- ขอเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยเอกสารรายงานผลการนับคะแนน (ส.ส. 5/18) ของทุกหน่วยในรูปแบบที่สะดวกต่อประชาชนในการนำไปวิเคราะห์หรือตรวจสอบต่อได้ เพราะปัจจุบันการเผยแพร่ข้อมูลนี้ยังเป็นการอัปโหลดขึ้น Google Drive ต้องไปแยกดูในแต่ละโฟลเดอร์ และเข้าใจว่าหลายหน่วยเป็นการสแกนภาพ ซึ่งทำให้ประชาชนนำตัวเลขไปคำนวณต่อได้ยาก กกต. ควรเปิดเผยข้อมูลในลักษณะของตาราง Excel ที่วิเคราะห์ต่อได้ง่าย ซึ่ง กกต. ย่อมมีข้อมูลรูปแบบนี้อยู่ในมืออยู่แล้ว
- ขอเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยใบขีดคะแนนรายหน่วย (ส.ส. 5/11) ให้ครบทุกหน่วย เพราะแม้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องเปิดเผย แต่ถ้าเปิดเผยจะทำให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัยได้มากขึ้น เพราะมีหลายกรณีที่ใบขีดคะแนน ส.ส. 5/11 ที่ประชาชนถ่ายมาในวันที่มีการนับคะแนน ไม่ตรงกันกับเอกสาร ส.ส. 5/18
ส่วนกรณีการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อ กกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายพริษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ในฐานะรองหัวหน้าพรรคฝ่ายกฎหมายกำลังทำคำฟ้อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถยื่นได้อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า เนื่องจากขณะนี้ยังคงปรากฏข้อมูลหรือพยานหลักฐานใหม่ ๆ รวมถึงเรื่องร้องเรียนที่ประชาชนส่งเข้ามาให้พรรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรายละเอียดจะมีการแถลงในวันที่มีการยื่นต่อไป
ส่วนเนื้อหาหลักย่อมหนีไม่พ้นประเด็นเรื่องของบาร์โค้ด ที่พรรคประชาชนมองว่าเป็นการดำเนินการที่ทำให้การออกเสียงไม่ลับ ทั้งนี้ ที่พรรคประชาชนทำหน้าที่ในการตรวจสอบ กกต. ที่ผ่านมา จุดมุ่งหมายหลักไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง แต่ต้องการปกป้องเสียงของประชาชน และทำให้เจ้าหน้าที่คนใดที่บกพร่องโดยสุจริตหรือจงใจทุจริตต้องรับผิดรับผิดชอบต่อกฎหมาย เรื่องบาร์โค้ดเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องพิสูจน์กันในเชิงเจตนา ว่าเป็นการบกพร่องโดยสุจริต หรือมีใครคนใดคนหนึ่งจงใจทุจริตด้วยระบบดังกล่าวหรือไม่ พรรคประชาชนจึงตัดสินใจใช้กลไกการฟ้องตามมาตรา 157 เพื่อให้มีการพิสูจน์และรับผิดรับผิดชอบในทางกฎหมายต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
พรรคประชาชน ข้อมูล / ภาพ