นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา แถลงข่าวกรณีการยื่นฟ้องศาล เพื่อขอให้มีการวินิจฉัยว่าการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งและกระบวนการลงมติเลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เป็นไปโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยระบุว่า การลงมติเลือก กกต. ในวันนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตการเลือกตั้ง ที่สังคมตั้งคำถามอย่างกว้างขวาง ทั้งในประเด็นการทุจริต การซื้อเสียง ความล่าช้าในการประกาศผลคะแนน รวมถึงการใช้บัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด ซึ่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และนำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาลจำนวนมาก
นางสาวนันทนากล่าวว่า ปัจจุบัน กกต. กำลังตกอยู่ในฐานะจำเลยของสังคม โดยเฉพาะกรณีการเร่งรัดประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ซึ่งยังเป็นข้อสงสัยในสายตาประชาชน ขณะเดียวกัน กกต. ยังมีหน้าที่พิจารณาให้ใบเหลือง ใบแดง หรือใบส้มแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงจำนวนมาก โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อสมาชิกวุฒิสภาปัจจุบันจำนวน 138 คน รวมถึงผู้บริหารพรรคภูมิใจไทย รวมเป็น 229 คน ต่อ กกต. เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ทำให้การลงมติเลือก กกต. ใหม่อีก 2 คนในวันนี้ ถูกมองว่าไม่เหมาะสมและขาดความสง่างาม เนื่องจากวุฒิสภาชุดปัจจุบันได้ลงมติเลือก กกต. ไปแล้ว 3 คน หากมีการเลือกเพิ่มเติมอีก จะทำให้ กกต. ที่มาจากการลงมติของวุฒิสภาชุดนี้มีจำนวนถึง 5 คน ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมาก และอาจนำไปสู่ข้อกังวลเรื่องความเป็นกลางในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับวุฒิสภาเอง
นางสาวนันทนา ระบุว่า สมาชิกวุฒิสภาเสียงข้างน้อยได้มีการทักท้วงกระบวนการเลือกองค์กรอิสระมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถยับยั้งได้ โดยปัจจุบันวุฒิสภาชุดนี้ได้ลงมติเลือกองค์กรอิสระไปแล้วรวม 14 คน และในอนาคตจะครอบคลุมทุกองค์กร ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ศาลปกครอง และอัยการสูงสุด ซึ่งหากองค์กรอิสระเหล่านี้ถูกเลือกโดยผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกกล่าวหา อาจส่งผลต่อทิศทางของคดีและความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม
นางสาวนันทนายังเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงคัดค้านกระบวนการแต่งตั้งองค์กรอิสระที่อาจนำไปสู่การผูกขาดอำนาจและกระทบต่อหลักการตรวจสอบถ่วงดุล โดยย้ำว่า เจตนารมณ์ของการจัดตั้งองค์กรอิสระ คือการทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ปราศจากอิทธิพลทางการเมือง เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ
ขณะเดียวกันตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายภัทรพงษ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ที่ให้รวมเสียงสว. เพื่อคัดค้านการเลือกตั้งครั้งนี้ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตนขอชี้แจงว่าจากการที่ให้ฝ่ายกฎหมายได้ทำการศึกษารัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหมดแล้ว ตนไม่พบว่ามีบทบัญญัติใดที่เปิดช่องทางให้สว.รวบรวมรายชื่อเพื่อกล่าวโทษถอดถอนองค์กรอิสระได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การเลือกตั้งโดยการพิมพ์บาร์โค้ดใส่ในบัตรเลือกตั้งที่ส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 83 , 85 หรือไม่ ตนระบุว่าไม่สามารถใช้กลไกของสว.ได้เลย ตนขอส่งคำร้องของทนายอั๋นกลับคืน และให้ทนายอั๋นกลับไปทำหน้าที่รวบรวมภาคประชาชนรวบรวมรายชื่อของประชาชนเพื่อดำเนินการฟ้องร้องกกต.ต่อศาลอาญาแผนกคดีทุจริตตามมาตรา 157 หรือดำเนินการฟ้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 213 โดยใช้สิทธิ์ที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพในการที่การเลือกตั้งไม่เป็นความลับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 ซึ่งทางทนายอั๋นก็รับปากว่าจะเป็นคนดำเนินการฟ้องร้องต่อไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง