นายจูรี นุ่มแก้ว สส. จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปฏิรูปโครงสร้างการบริหารจัดการอุทกภัยแบบบูรณาการ หรือหาดใหญ่โมเดล เพื่อใช้เป็นต้นแบบการจัดการภัยพิบัติในเมืองขนาดใหญ่ นายจูรี ระบุว่า จากประสบการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ พบปัญหาสำคัญแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะก่อนเกิดเหตุ ซึ่งยังขาดระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ ระยะเผชิญเหตุ ที่พบข้อจำกัดด้านการสื่อสารและการเข้าช่วยเหลือประชาชน และระยะหลังน้ำลด ที่การฟื้นฟูและการเยียวยายังล่าช้า ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางปฏิรูปการจัดการภัยพิบัติใน 3 ระยะอย่างเป็นระบบ โดยระยะเตรียมความพร้อม เสนอให้พัฒนาเทคโนโลยีเตือนภัย เช่น การใช้ระบบเมืองจำลองดิจิทัล หรือ Digital Twins และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า 24–48 ชั่วโมง ควบคู่กับการวางผังเมืองและระบบระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะเผชิญเหตุ เสนอให้มีการบูรณาการหน่วยงานแบบศูนย์กลาง เพื่อให้การอพยพและช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีเอกภาพ ขณะที่ระยะฟื้นฟู เสนอให้ปรับปรุงระบบการเยียวยา ลดขั้นตอน และเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือ พร้อมทั้งมีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เช่น การพักชำระหนี้ และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการ
นายจูรี ย้ำว่า บทเรียนจากความสูญเสียของประชาชนในพื้นที่ ควรถูกนำไปต่อยอดเป็นนโยบายระยะยาว เพื่อให้หาดใหญ่เป็นต้นแบบของการอยู่ร่วมกับน้ำ และสามารถขยายผลไปยังเมืองอื่นของประเทศ
ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาญัตติด้านการบริหารจัดการอุทกภัยในทิศทางเดียวกันรวม 3 ญัตติ และเห็นชอบให้พิจารณาร่วมกัน ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ 55 (2) ได้แก่ ญัตติของนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส. พรรคภูมิใจไทย ที่เสนอให้จัดการอุทกภัยภาคใต้อย่างเป็นระบบ และญัตติของ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ที่เน้นการติดตามการเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัย สำหรับบรรยากาศการประชุม มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแสดงความประสงค์อภิปรายรวมกว่า 50 คน สะท้อนความสำคัญของประเด็นการจัดการภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง