นายคริส โปตระนันทน์ นายพีรพล กนกวลัย และนางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยสมาชิกพรรค ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันในขณะนี้ โดยระบุว่าราคาน้ำมันดีเซลได้พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ลิตรละ 50 บาทแล้ว จึงต้องการย้ำจุดยืนของพรรคภายหลังจากแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้เปิดการนำเข้าน้ำมันเสรี โดยนายคริส ระบุว่าได้มีการหารือแนวทางการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศในราคาเท่ากับตลาดโลกเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งหากดำเนินการได้สำเร็จจะทำให้ราคาน้ำมันลดลงลิตรละ 7–10 บาท และจะช่วยลดข้อถกเถียงเรื่องราคาค่าการกลั่นได้
ทั้งนี้ ในวันนี้ (8 เม.ย. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าพบเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย พรรคจึงคาดหวังว่าจะมีพัฒนาการที่ดี หากนายกรัฐมนตรีสามารถพูดคุยกับรัสเซียเพื่อนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากรัสเซียได้ โรงกลั่นทั้ง 6 โรงในประเทศไทยจะไม่สามารถเอาเปรียบประเทศไทยได้อีก และคนไทยจะมีโอกาสใช้น้ำมันที่ถูกลงอย่างน้อยลิตรละ 7–10 บาท นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ประกาศว่าจะใช้พระราชกำหนดในการควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะสามารถลดค่าการกลั่นได้ลิตรละ 2 บาท โดยพรรคเศรษฐกิจขอบคุณรัฐมนตรีฯ ที่มองเห็นความเดือดร้อนของประชาชน และพยายามหาแนวทางแก้ไขด้วยการพูดคุยกับโรงกลั่นทั้ง 6 โรงเพื่อลดค่าการกลั่น ซึ่งปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเดิมในอดีตอยู่ที่ลิตรละ 2 บาท แต่ปัจจุบันอยู่ที่ลิตรละ 18 บาท
อย่างไรก็ตาม พรรคมองว่าการลดค่าการกลั่นลงลิตรละ 2 บาทยังไม่เพียงพอ โดยแนวทางสำคัญคือรัฐบาลควรลดภาษีสรรพสามิตลงลิตรละ 7 บาททันที หากดำเนินการได้รัฐบาลจะสูญเสียรายได้ประมาณปีละ 240,000 ล้านบาท แต่สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นเพียง 1–2 เดือน หากเฉลี่ยแล้วอาจไม่ถึงหลักแสนล้านบาท โดยอาจสูญเสียรายได้เพียงประมาณ 20,000 ล้านบาทเท่านั้น พรรคเศรษฐกิจระบุว่าเข้าใจว่าการหารายได้เข้าประเทศเป็นสิ่งสำคัญ แต่การช่วยเหลือประชาชนให้ตรงจุดคือการยกเลิกภาษีสรรพสามิตในช่วงเวลานี้ ซึ่งจะดีกว่าการอุดหนุนช่วยเหลือเป็นบางพื้นที่หรือบางกลุ่ม เพราะอาจบิดเบือนกลไกตลาด จึงขอย้ำจุดยืนให้รัฐบาลยกเว้นภาษีสรรพสามิตลิตรละ 7 บาทโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซลลดลงจากลิตรละ 50 บาท เหลือ 43 บาททันที ซึ่งรัฐบาลมีอำนาจเต็มในการดำเนินการ พร้อมกันนี้ยังเสนอให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจากน้ำมัน ซึ่งหากดำเนินการได้จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงอีกลิตรละ 2 บาท โดยระบุว่าหากรัฐบาลดำเนินการตามแนวทางทั้งหมดที่เสนอ จะสามารถลดราคาน้ำมันลงได้ถึงลิตรละ 19 บาท
โอกาสนี้ พรรคเศรษฐกิจยังได้รับการยื่นร่างแก้ไขกฎหมายอ้อยและน้ำตาลทรายจากภาคประชาชน โดยระบุว่าเข้าใจภาวะราคาน้ำตาลที่แพง ซึ่งราคาน้ำตาลในประเทศไทยสูงกว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลก ส่งผลให้คนไทยต้องบริโภคน้ำตาลในราคาสูงมาโดยตลอด ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลทรายอันดับ 3 ของโลก พรรคมองว่าเป็นโอกาสดีที่จะมีการแก้ไขกฎหมายอ้อยและน้ำตาลทราย โดยเฉพาะประเด็นการแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างชาวไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล ซึ่งในกฎหมายเดิมแบ่งผลประโยชน์ในสัดส่วน 70:30 แต่ปัจจุบันมีการนำอ้อยไปผลิตเชื้อเพลิงเอทานอล เพื่อนำไปกลั่นเป็นน้ำมัน E20 และ E85 จึงถือเป็นผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงงานน้ำตาลที่ผลิตเอทานอล
ทั้งนี้ พรรคระบุว่าผลกำไรส่วนเกินดังกล่าวไม่เคยตกถึงประชาชนชาวไร่อ้อย และเมื่อเกิดวิกฤตราคาน้ำมัน ประชาชนจึงตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเงินที่ถูกนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันในช่วง 10–20 ปีที่ผ่านมา ว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปใช้ในส่วนใด จึงถึงเวลาแล้วที่จะนำประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ผ่านการแก้ไขกฎหมายอ้อยและน้ำตาลทราย
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง