สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ร่วมกันแถลงข่าวสะท้อนความเดือดร้อนของชาวประมง หลังได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบอาชีพประมงจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ทำให้ต้นทุนการออกเรือเพิ่มสูงขึ้น จนหลายพื้นที่ต้องหยุดออกเรือ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุด
นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม สส.สมุทรสาคร กล่าวว่า อาชีพประมงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อชาวประมงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องจำนวนมาก เช่น ตลาดอาหารทะเล โรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงราคาสินค้าอาหารทะเลที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ชาวประมงประสบปัญหามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 และปัจจุบันยังต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานซ้ำเติม จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาอย่างตรงเป้าใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจนทำให้การออกเรือไม่คุ้มทุน ปัญหาแรงงาน ซึ่งหากเรือประมงหยุดออกเรือจะทำให้แรงงานย้ายออกจากอาชีพ และเมื่อกลับมาเดินเรืออีกครั้งจะประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงปัญหาสินเชื่อ เนื่องจากชาวประมงจำนวนมากมีภาระหนี้สะสมตั้งแต่ปี 2558 จึงเสนอให้มีมาตรการพักชำระหนี้หรือหยุดดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ด้านนายธนาธาร ประมูลพงษ์ สส.ชลบุรี กล่าวว่า วิกฤตพลังงานทำให้ต้นทุนการทำประมงสูงขึ้น ส่งผลให้เรือประมงไม่สามารถออกทะเลได้แม้ในช่วงฤดูกาลที่มีผลผลิตสูง ซึ่งกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีที่การท่องเที่ยวพึ่งพาอาหารทะเลเป็นสำคัญ เมื่อเรือไม่ออกทะเลทำให้วัตถุดิบอาหารทะเลขาดแคลน จึงขอให้รัฐบาลออกมาตรการที่ชัดเจนและตรงจุด เพื่อลดผลกระทบตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทางของห่วงโซ่อุตสาหกรรม
ขณะที่นายวัชรพงษ์ ศิริรักษ์ สส.ระยอง กล่าวว่า ต้นทุนการออกทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ชาวประมงจำนวนมากหยุดออกเรือ ส่งผลกระทบต่อปริมาณสัตว์น้ำในตลาดและอาจทำให้ราคาอาหารทะเลปรับตัวสูงขึ้น จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกับนางนฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี ที่ระบุว่า ปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะภาวะอากาศร้อน ส่งผลต่อพฤติกรรมของสัตว์น้ำ ทำให้สัตว์น้ำลดลงและชาวประมงหาปลาได้ยากขึ้น ประกอบกับระดับน้ำขึ้นน้ำลงของทะเลที่เปลี่ยนแปลงจากปกติ ทำให้การวางแผนออกเรือทำได้ยากขึ้น ขณะที่ช่วงฤดูร้อนสัตว์น้ำมักลงไปอยู่ในน้ำลึก ชาวประมงจึงต้องออกเรือไกลขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลืออย่างตรงจุดต่อชาวประมงทั้งระบบ ซึ่งประกอบด้วยเรือประมงพาณิชย์กว่า 5,000 ลำ และชาวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครอบครัวทั่วประเทศ รวมถึงเสนอให้ปรับปรุงขั้นตอนการต่อใบอนุญาตทำประมงและการต่อทะเบียนเรือให้สะดวกมากขึ้น โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมประมง และกรมเจ้าท่า บูรณาการการทำงานร่วมกันในรูปแบบ One Stop Service หรือเปิดให้บริการออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวประมงทั่วประเทศ
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง