10 เม.ย. 69 - รมว.แรงงาน แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา เตรียมศึกษาลดภาระเงินสมทบประกันสังคมเพิ่มกำลังซื้อ เดินหน้าโครงการ เรียนได้งบ จบได้งาน พัฒนาทักษะแรงงานรองรับเทคโนโลยีใหม่ พร้อมย้ำปรับค่าแรงขั้นต่ำอย่างเป็นธรรมและบริหารประกันสังคมโปร่งใส

image

         นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาในการอภิปรายการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานว่า กระทรวงแรงงานมีภารกิจดูแลแรงงานในระบบประกันสังคมกว่า 20 ล้านคน ตามมาตรา 33 มาตรา 39 และมาตรา 40 รวมถึงแรงงานนอกระบบอีกประมาณ 20 ล้านคน รวมกว่า 45 ล้านคน ทั้งนี้ยอมรับว่า วิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อผู้ใช้แรงงาน โดยกระทรวงแรงงานเตรียมมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ด้วยการศึกษาแนวทางลดภาระการจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคม เพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้ใช้แรงงาน โดยย้ำว่าการดำเนินการต้องคำนึงถึงเสถียรภาพของกองทุน

         ด้านการพัฒนาทักษะแรงงาน กระทรวงแรงงานจะเดินหน้าโครงการ เรียนได้งบ จบได้งาน ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะเดิมที่มีอยู่ให้เชี่ยวชาญยิ่งขึ้น และการเรียนรู้ทักษะใหม่ที่แตกต่างจากเดิม เพื่อเปลี่ยนสายงานหรือปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยี โดยผู้เข้าร่วมโครงการยังมีรายได้ระหว่างการฝึกอบรม พร้อมเน้นการฝึกตามความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้เกิดการจับคู่ตำแหน่งงาน (Job Matching) อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังบูรณาการการทำงานร่วมกับหลายกระทรวง เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการพัฒนาทักษะแรงงานด้านเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์ รวมถึงความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อยกระดับทักษะแรงงาน เกษตรกร และกลุ่มเปราะบาง

           ส่วนของการคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น พร้อมจัดทีมเฉพาะกิจตรวจสอบสวัสดิการแรงงาน และเร่งช่วยเหลือกรณีลูกเรือไทยที่เสียชีวิตบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยประสานบริษัทเรือเพื่อจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานทางทะเล และนำร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศ

         สำหรับแรงงานไทยในต่างประเทศและแรงงานต่างชาติในประเทศไทย กระทรวงแรงงานตั้งเป้าดึงแรงงานที่อยู่นอกระบบเข้าสู่ระบบ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม พร้อมย้ำว่าจะไม่ปล่อยให้แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศต้องอยู่ในสถานะ ผีน้อย หรือผิดกฎหมายอีกต่อไป และจะดำเนินการร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รวมถึงแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายแฝงในการไปทำงานต่างประเทศ

        ส่วนการปรับค่าแรงขั้นต่ำ กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายปรับเพิ่มให้เหมาะสม โดยจะพัฒนาระบบคำนวณที่คำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น เงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) และผลิตภาพแรงงาน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ใช้แรงงาน

         ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าการบริหารสำนักงานประกันสังคมจะยึดหลักโปร่งใสและเปิดเผย พร้อมติดตามการตรวจสอบกรณีทุจริต เช่น กรณีอาคารสกายไนน์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งยืนยันว่าการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมตามระบบ 1 คนเลือก 7 คน คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปลายปีนี้

         รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวทิ้งท้ายว่า การทำงานของกระทรวงแรงงานมุ่งแก้ปัญหาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงาน โดยขอให้ประชาชนติดตามการทำงานของภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพราะผลงานจะเป็นเครื่องพิสูจน์ผลลัพธ์ของการดำเนินงาน 

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ