10 เม.ย. 69 - รมว.กลาโหม กางแผนยกระดับกองทัพ ชู "ทหารอาสา" สร้างคน-สร้างอนาคต ให้ความสำคัญทหารชายแดน เพิ่มคุณภาพชีวิต-ความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ต้องโปร่งใส เน้นพึ่งพาตัวเอง

image

          พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงนโยบายรัฐบาล ด้านทหารและความมั่นคง ว่า นโยบายทหารอาสาและการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพ ที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ เนื่องจากปัจจุบันโลกเต็มไปด้วยความผันผวน ไม่แน่นอน มีการแบ่งขั้วกัน ความมั่นคงของชาติคงไม่ได้หมายถึงการป้องกันประเทศจากภัยคุกคามทางทหารเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยของประชาชน เสรีภาพของภูมิภาค และความสามารถของประเทศในการอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก
          กระทรวงกลาโหมในฐานะหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงของประเทศ จะได้ขับเคลื่อนนโยบายโดยมีอธิปไตยและความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้ง อาศัยความร่วมมือของประชาชนและการสนับสนุนของทุกภาคส่วนเป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลมุ่งให้ประเทศไทยมีความปลอดภัยจากภัยความมั่นคงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ภัยธรรมชาติ หรือภัยจากสแกมเมอร์ โดยแนวคิดเรื่องความมั่นคงชายแดนนั้น จากการที่ตนได้มีโอกาสอยู่ชายแดนมาทั้งชีวิต เห็นว่ากำลังพลที่อยู่ชายแดนจำเป็นต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี การให้ความดูแลในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตและการทำหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญที่รับบาลจะดำเนินการ โดยจะยกระดับคุณภาพชีวิตและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อีกทั้งจะพัฒนาความทันสมัยของกองทัพให้รับมือกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ ขณะที่การจัดหายุทโธปกรณ์จะดำเนินการอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในลักษณะพึ่งพาตนเองให้ได้ในระยะยาว เพราะความมั่นคงที่แท้จริง ไม่ใช่การมีอาวุธแต่คือความสามารถในการควบคุมศักยภาพโครงสร้างอำนาจกำลังรบ
          กระทรวงกลาโหม มีหน่วยงานที่มีภารกิจวิจัยและพัฒนาด้านวิศวกร อยู่ 2 ประเภทหลัก คือ หน่วยงานในรูปแบบขององค์การมหาชน เช่น สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ  บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด และอีกประเภท คือ หน่วยงานราชการ ได้แก่ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหม
          ส่วนนโยบายทหารอาสา เห็นว่าประสิทธิภาพต้องเกิดจากการอาสาหรือการสมัครใจ กองทัพไทยไม่ใช่เพียงแค่กำลังรบ แต่เป็นสถาบันที่สร้างคน รัฐบาลจะใช้ระบบในการพัฒนาทหารอาสาให้เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า มีศักดิ์ศรี จากระบบที่เคยถูกมองว่าเป็นหน้าที่และการเสียโอกาส จะยกระดับให้เป็นทหารที่ได้รับโอกาสในการพัฒนาทักษะ สร้างอาชีพ และสร้างอนาคต โดยโอกาสที่ 1 ร่างกายที่แข็งแรง จิตใจที่เข้มแข็ง และระเบียบวินัยที่เกิดขึ้น โอกาสที่ 2 ค่าตอบแทน สวัสดิการที่รัฐบาลจะเพิ่มให้เพียงพอต่อการดำรงชีพและเหลือสะสมเป็นทุนในการประกอบอาชีพ โอกาสที่ 3 เพิ่มวุฒิการศึกษาและฝึกวิชาชีพที่ต้องการ ซึ่งในเดือนเมษายนนี้ มีทหารเข้าร่วมโครงการที่สำเร็จการศึกษาแล้ว โดยจะได้รับวุฒิการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จำนวน 28 นาย และโอกาสที่ 4 คือการเลือกอาชีพหลังปลดประจำการ เช่น หากมีความตั้งใจอยากรับราชการทหารต่อ มีการจัดติวข้อสอบ ตลอดจนการต่อยอดไปยังสาขาอาชีพอื่น ๆ
          นอกจากนี้ จะตั้งคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อพิจารณาเรื่องทหารอาสาอย่างรอบคอบ ซึ่งกระทรวงกลาโหมพร้อมรับคำแนะนำ เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นทหารอาชีพ พร้อมทำหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและรักษาผลประโยชน์ของชาติ
          พลโท อดุลย์ กล่าวสรุปว่า ทุกนโยบายด้านความมั่นคงจะยึดอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติเป็นศูนย์กลาง พร้อมเน้นย้ำว่าความมั่นคงของประเทศไม่ได้เกิดจากอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเชื่อมั่นของประชาชน ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และกองทัพมีความพร้อมในทุกมิติ โดยยืนยันว่ากระทรวงกลาโหมจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตามหลักการที่ว่า “ทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ