นายชนาธิป ศุภศิริ สส.จังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่จังหวัดแพร่ ว่า ขณะนี้เกษตรกรกำลังเผชิญภาวะรายได้สวนทางกับต้นทุนการผลิตอย่างหนัก ซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยจากการลงพื้นที่พบปะประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดแพร่ พบว่า แม้ขณะนี้ราคาประกาศรับซื้อหน้าโรงงานอาหารสัตว์จะปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 10 บาทแล้ว แต่ราคาที่เกษตรกรขายได้จริงในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะข้าวโพดสดยังอยู่เพียงประมาณ 5-6 บาทต่อกิโลกรัม เท่านั้น
นายชนาธิป กล่าวว่า แม้เข้าใจว่าราคาดังกล่าวเป็นไปตามกลไกตลาด แต่ช่องว่างของโครงสร้างราคาที่เกิดขึ้นระหว่างหน้าโรงงานกับราคาที่ถึงมือเกษตรกรนั้น อาจมากเกินไป จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปกำกับดูแลราคาที่จุดรับซื้อในจังหวัดแพร่ ให้มีความเป็นธรรม และสอดคล้องกับราคาหน้าโรงงานในกรุงเทพมหานครหรือภาคกลาง
นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ บริหารจัดการราคาปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช ไม่ให้สูงเกินไป เพื่อลดภาระของเกษตรกร รวมถึงให้รัฐบาลพิจารณาใช้โมเดล “ล้งกลางของรัฐ” หรือกลไกขององค์การคลังสินค้า เข้ามารับซื้อผลผลิตเป็นช่วง ๆ ในพื้นที่ที่มีการแข่งขันด้านราคาต่ำ เพื่อช่วยสร้างสมดุลให้กับตลาด
นายชนาธิป ย้ำว่า รัฐบาลไม่ควรแก้ปัญหาด้วยมาตรการชดเชยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ควรเข้าไปจัดการที่โครงสร้างของระบบการรับซื้อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เช่น การส่งเสริมนิคมอุตสาหกรรมและการแปรรูปสินค้าเกษตรแบบครบวงจรในพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดแพร่ ทั้งนี้ ตนหวังว่าความห่วงใยนี้ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลเพื่อให้เกษตรกรในภาคเหนือและจังหวัดแพร่มีขวัญและกำลังใจในการ ผลิตวัตถุดิบที่สำคัญให้กับอุตสาหกรรมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
แฟ้มภาพ