18 เม.ย. 69 - สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาฯ ที่เสนอโดย นายธีรศักดิ์ จิระตราชู กับคณะ ปรับเกณฑ์ชั่วโมงปฏิบัติงานครู กำหนดความผิดวินัยร้ายแรง – กรอบเวลาสืบสวน เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้

image

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายธีรศักดิ์ จิระตราชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ โดยมีสาระสำคัญแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 เพื่อกำหนดชั่วโมงปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดความผิดวินัยและกระบวนการดำเนินการทางวินัย รวมทั้งกำหนดระยะเวลาการสืบสวนและสอบสวนการกระทำผิดทางวินัยให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

          สำหรับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวมีหลักการสำคัญเพื่อแก้ไขช่องว่างของกฎหมายเดิมที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ซึ่งยังมีบางประเด็นที่ไม่เอื้อต่อการปฏิบัติราชการอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งกระบวนการดำเนินการทางวินัยในบางกรณียังขาดความชัดเจน โปร่งใส และเกิดความล่าช้า ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ของทางราชการ จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสาระสำคัญของร่างกฎหมาย อาทิ การกำหนดชั่วโมงปฏิบัติงานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้กำหนดจำนวนชั่วโมงขั้นต่ำและขั้นสูง พร้อมคำนึงถึงสวัสดิภาพและภาระงานจริงของครู การกำหนดให้ผู้บังคับบัญชาที่ใช้อำนาจสั่งการให้ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ส่วนตน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ราชการ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน ถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง รวมถึงกำหนดให้กรณีข้าราชการครูหรือบุคลากรทางการศึกษาทำร้ายผู้เรียนหรือประชาชนผู้มาติดต่อราชการจนได้รับบาดเจ็บทั้งทางกายหรือจิตใจ ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงด้วย 

         นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดระยะเวลาการสืบสวนการกระทำผิดทางวินัยว่ามีมูลหรือไม่ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และสามารถขยายเวลาได้ 1 ครั้งไม่เกิน 15 วัน จากเดิมที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ รวมทั้งกำหนดให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในกรณีผู้ถูกกล่าวหาเป็นครู ครูผู้ช่วย หรือบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา โดยคณะกรรมการต้องไม่อยู่ในสถานศึกษาเดียวกับผู้ถูกกล่าวหาและต้องไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว พร้อมกำหนดกรอบระยะเวลาการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนไม่เกิน 90 วัน และขยายเวลาได้อีก 1 ครั้งไม่เกิน 30 วัน

        ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มหลักการแสวงหาความจริงในการสอบสวนทางวินัย โดยกำหนดให้คณะกรรมการสอบสวนต้องเรียกผู้กล่าวหามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อแสวงหาหลักฐานจนสิ้นข้อสงสัย ไม่พิจารณาเฉพาะเอกสารหรือหลักฐานที่มีอยู่เดิมเท่านั้น เพื่อให้กระบวนการสอบสวนมีความรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถแสดงความเห็นได้ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.parliament.go.th/section77/ ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ