นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงถึงกรณีคณะกรรมการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 เตรียมปรับโยกงบประมาณจากกองทุนดูแลผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงระยะยาว หรือ Long Term Care ไปสนับสนุนหน่วยนวัตกรรม 7 วิชาชีพ ว่าอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงกว่า 500,000 คนทั่วประเทศ เนื่องจากระบบ Long Term Care เป็นกลไกสำคัญที่ท้องถิ่นร่วมกับ สปสช. จัดบริการดูแลผู้ป่วยถึงบ้าน ผ่านนักบริบาลหรืออาสาสมัครในชุมชน ช่วยลดภาระครอบครัว เสริมคุณภาพชีวิต และเชื่อมต่อระบบสาธารณสุขตั้งแต่ระดับปฐมภูมิถึงโรงพยาบาล แต่ปัจจุบันระบบดังกล่าวกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งค่าตอบแทนต่ำ ภาระงานสูง และขาดการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
นายเอกภพ ระบุว่า ขณะนี้มีนักบริบาลทั่วประเทศประมาณ 100,000 คน แต่จำนวนไม่เพียงพอ และส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ต้องรับภาระหนัก ทำให้ระบบมีความเปราะบางทั้งในระดับผู้ให้บริการและครอบครัวผู้ป่วย พร้อมชี้ว่ามติการโยกงบไปยังหน่วยนวัตกรรม เช่น คลินิกชุมชนอบอุ่น ร้านยาชุมชนอบอุ่น และคลินิกกายภาพบำบัด ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกที่นั้น เป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด เนื่องจากหน่วยบริการเหล่านี้ส่วนใหญ่กระจุกตัวในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ขณะที่ผู้ป่วยติดเตียงจำนวนมากยังขาดการดูแลพื้นฐาน
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาการใช้งบ Long Term Care ที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่คาดว่ามีผู้ป่วยติดเตียงราว 30,000 คน แต่เข้าถึงบริการเพียง 3,000 คน สาเหตุหลักมาจากค่าตอบแทนนักบริบาลไม่จูงใจ และขาดหน่วยงานเจ้าภาพในการพัฒนาระบบอย่างจริงจัง ขณะที่ในต่างจังหวัด พบปัญหาการแยกงบเป็น 2 ส่วน ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถจ้างนักบริบาลเต็มเวลาได้ เนื่องจากค่าจ้างเฉลี่ยเพียง 5,000-6,000 บาทต่อเดือน ไม่สอดคล้องกับภาระงาน ส่งผลให้งบประมาณค้างในระบบและเสี่ยงถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ทั้งนี้ นายเอกภพ แสดงความกังวลว่า หากปล่อยให้มีการโยกงบลักษณะนี้ต่อไป อาจลุกลามไปยังกองทุนอื่น เช่น งบสร้างเสริมสุขภาพ หรือกองทุนท้องถิ่น จนกระทบต่อการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยระยะยาวในภาพรวม จึงเสนอให้ 3 หน่วยงานหลักเร่งดำเนินการ ได้แก่ 1. กรุงเทพมหานคร ต้องพัฒนาระบบ Long Term Care อย่างจริงจัง และสร้างตลาดแรงงานนักบริบาลให้เป็นอาชีพที่มั่นคง 2. สปสช. ต้องเปิดเผยรายละเอียดการโยกงบอย่างโปร่งใส ว่ามีจำนวนเท่าใด กระทบพื้นที่และประชาชนกลุ่มใดบ้าง และ 3. พรรคการเมืองทุกพรรค ควรผลักดันนโยบายปฏิรูประบบสุขภาพในกรุงเทพมหานครให้ครอบคลุมทั้งการรักษา การป้องกัน และการฟื้นฟู เพราะระบบ Long Term Care คือโครงข่ายรองรับความเปราะบางของสังคม ดังนั้น ภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นต้องร่วมกันออกแบบระบบ เพื่อให้มีนักบริบาลที่มีคุณภาพและจำนวนเพียงพอสำหรับรองรับการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุในอนาคต
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง