22 เม.ย. 69 – ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติจาก 4 พรรคการเมือง แก้วิกฤตราคาเกษตรตกต่ำ ทั้งข้าว ผลไม้ และพืชผัก หลังเกษตรกรได้รับผลกระทบ ซ้ำเติมต้นทุนพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง เสนอตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขและเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม

image

          การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จาก 4 พรรคการเมือง เป็นผู้เสนอ โดยที่ประชุมเห็นชอบให้พิจารณาร่วมกัน เนื่องจากเป็นญัตติทำนองเดียวกัน ประกอบด้วย ญัตติของนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ และเยียวยาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากภาวะการสู้รบในตะวันออกกลาง ญัตติของนายพศิน ปิตุเตชะ สส. จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาปัญหาราคาผลไม้ทั้งหมดตกต่ำ ญัตติของนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาติดตามและตรวจสอบการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และญัตติของนายวิชัย สุดสวาท สส.จังหวัดชุมพร พรรคภูมิใจไทย ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำและแนวทางการลดต้นทุนการผลิตภาคเกษตรกรรม

           นายเลาฟั้ง กล่าวเสนอญัตติว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาสินค้าเกษตรหลายรายการตกต่ำลงอย่างมาก ทั้งผลไม้และพืชผัก อาทิ มะพร้าวน้ำหอม หอมหัวใหญ่ และมันฝรั่ง กระทบต่อเกษตรกรเป็นวงกว้าง โดยไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดปกติเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากการกำกับดูแลมาตรฐานสินค้าที่ไม่ครอบคลุม และการนำเข้าที่มากเกินไป ขณะเดียวกัน สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังคงรุนแรง ได้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มสูงขึ้น ทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยเคมี จึงจำเป็นต้องหาแนวทางดูแลรายได้และเศรษฐกิจของเกษตรกรให้ดำรงอยู่ได้ในภาวะที่ยากลำบาก

           ด้าน นายพศิน กล่าวว่า ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำเป็นปัญหาเรื้อรังของเกษตรกรไทย โดยเฉพาะผลไม้เน่าเสียง่าย ทั้งมะพร้าว ทุเรียน มังคุด และลำไย ที่ออกสู่ตลาดพร้อมกัน ประกอบกับข้อจำกัดการส่งออก โลจิสติกส์ และกำลังซื้อชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนการผลิตยังสูง ส่งผลให้เกษตรกรขาดทุนและมีหนี้สินเพิ่ม จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการประกันราคา เร่งระบายผลผลิต ส่งเสริมการแปรรูปเพิ่มมูลค่า พัฒนาระบบข้อมูล รวมกลุ่มเกษตรกรลดการพึ่งพาพ่อค้าคนกลาง และคุมเข้ม GAP ป้องกันการสวมสิทธิ์ส่งออกทุเรียนสด เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

          ขณะที่ นายแพทย์วรงค์ ระบุว่า ราคาข้าวนาปรังปัจจุบันเหลือเพียงเกวียนละ 5,500–6,000 บาท กระทบต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกรเป็นอย่างมาก เพราะข้าวนาปรังกว่าร้อยละ 70 ออกสู่ตลาดพร้อมกันในช่วงมีนาคม–เมษายน สะท้อนวงจรที่ไม่เป็นธรรม โรงสี พ่อค้าข้าวถุง และผู้ส่งออกได้ประโยชน์ ขณะที่ชาวนากลับยากจนที่สุด พร้อมเสนอให้ผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การแบ่งปันผลประโยชน์ข้าว ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอเมื่อปี 2562 โดยใช้โมเดลเดียวกับอ้อยและน้ำตาล คุ้มครองกำไรให้ชาวนาไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ซึ่งจะช่วยให้ชาวนาอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพานโยบายจำนำข้าวหรือประกันรายได้อีกต่อไป

          นายวิชัย กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ทั้งจากสถานการณ์สงครามและภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน ทั้งราคาปุ๋ยปรับขึ้นกว่าร้อยละ 40 ภายในเวลาเพียง 2 เดือน ประกอบกับต้นทุนน้ำมันที่ยังสูง ขณะที่ราคาพืชเศรษฐกิจ ทั้งปาล์มน้ำมัน ยางพารา และทุเรียน กลับลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะปาล์มน้ำมันขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 5.80 บาท เท่านั้น ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จึงขอเสนอตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาผลผลิตเกษตรตกต่ำและลดต้นทุนการผลิตอย่างยั่งยืน พร้อมมาตรการเยียวยาและประกันรายได้ และผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติต่อไป

          ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม โดยมีผู้ลงชื่ออภิปรายรวม 60 คน กำหนดเวลาอภิปรายคนละไม่เกิน 5 นาที ก่อนรวบรวมข้อเสนอทั้งหมดส่งต่อไปยังฝ่ายบริหาร เพื่อดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ