22 เม.ย.69 - กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ทุ่งรังสิต ยื่นหนังสือต่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้ติดตามสถานการณ์ราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้รัฐบาลมีระบบบริหารจัดการที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ 

image

        นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับการยื่นหนังสือจาก นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้แทนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันจากทุ่งรังสิต ประกอบด้วย จังหวัดอยุธยา ปทุมธานี สระบุรี และนครนายก ขอให้ช่วยติดตามและแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำอย่างรุนแรงในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ กลุ่มผู้ปลูกปาล์มทุ่งรังสิตต้องเผชิญกับภาวะราคาปาล์มน้ำมันที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้จะลงทุนปลูกและดูแลต้นปาล์มมาเป็นปี แต่เมื่อถึงเวลาขายผลผลิตกลับถูกกดราคาจากโรงงาน ทำให้รายได้ลดลงอย่างมาก จนเกือบจะไม่พอค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงขอให้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และผลักดันให้รัฐบาลมีมาตรการที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร ไม่ใช่เพียงแค่การควบคุมราคา แต่ต้องมีระบบการจัดการที่โปร่งใส ยุติธรรม และมีการตรวจสอบได้

        นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวว่า ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และพรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ล่าสุดวันนี้ (22 เม.ย.69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสมชาติ ประดิษฐ์พร สส.ของพรรคจาก จ.สุราษฎร์ธานี และ สส.จากหลากหลายพรรค ในทุกภาค ต่างอภิปรายถึงการบริหารจัดการและประเด็นราคาสินค้าเกษตร ที่ต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ไม่เพียงแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะมีมาตรการพยุงราคาปาล์มน้ำมันในช่วงที่ผ่านมา แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่การกำหนดให้ต้องขออนุญาตส่งออก ซึ่งในทางปฏิบัติทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นการห้ามส่งออก ส่งผลให้ราคาปาล์มในประเทศปรับตัวลดลงทันที และกระทบต่อเกษตรกรโดยตรง ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไป คือ การที่ภาครัฐจะออกมาตรการรองรับเพื่อบริหารจัดการทั้งระบบ ควบคู่กับการวางแนวทางดูแลปาล์มน้ำมันในระยะยาว โดยที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เคยผลักดันกฎหมายเพื่อดูแลปาล์มน้ำมันอย่างครบวงจร และเตรียมสานต่อแนวทางดังกล่าว เพื่อนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาในระยะต่อไป

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ