นายยุทธนา ศรีตะบุตร สส.จังหวัดหนองคาย พรรคพลังประชารัฐ ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจา เรื่อง เปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ถาม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่เนื่องจากติดภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงมอบหมายให้นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน
นายยุทธนา กล่าวว่า รัฐบาลที่ผ่านมาได้มีการแก้ไขระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการเปลี่ยน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร และได้มีการรับคำร้องครั้งแรกเมื่อปลายปี 2566 ซึ่งในพื้นที่จังหวัดหนองคายถือได้ว่าเป็นจังหวัดนำร่องที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ได้ขอความร่วมมือไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อช่วยสนับสนุนโครงการดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็พบปัญหาด้วยระบบเอกสารทางราชการ ประกอบกับการถือครอง ส.ป.ก. 4-01 มากว่า 30 ปี ทำให้มีปัญหาเรื่องการมีอยู่จริงของเอกสารหรือเอกสารสูญหาย ซึ่งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคายได้ร่วมกับ อบจ.หนองคาย ช่วยเกษตรกรเป็นรายหมู่บ้านและรายตำบลในการจัดเตรียมเอกสาร โดยพบปัญหา ส.ป.ก. ถูกเปลี่ยนมือ หรือแม้แต่ผู้ถือครองที่เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่มีการเปลี่ยนมือไปยังทายาทหรือผู้อื่น ทำให้ขาดคุณสมบัติ นอกจากนี้ ยังมีการคัดค้านเนื่องจากการซื้อขายเปลี่ยนมือหรือกระทั่งรูปแบบทางกายภาพของพื้นที่ที่เปลี่ยนไป
นายยุทธนา ได้ตั้งคำถาม 3 ประเด็น คือ จำนวนคำร้องและจำนวนที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ส่วนที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ มีปัญหาอุปสรรคในด้านใดบ้าง ทั้งเชิงกฎหมาย การบริหารจัดการ ข้อจำกัดพื้นที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางหรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร มีกรอบระยะเวลาหรือไม่ ตลอดจนนโยบายเรื่องแหล่งทุน เทคโนโลยีการผลิต และการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อสนับสนุนเกษตรกรอย่างไร
ด้านนายวัชรพล ตอบชี้แจงว่า ประเด็นที่ 1 ปัจจุบันสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) รับคำร้องขอออกโฉนดเพื่อการเกษตร ทั้งหมด 1,374,950 ราย เนื้อที่ประมาณ 21 ล้านไร่ ออกโฉนดไปแล้ว 756,389 ราย เนื้อที่ประมาณ 10 ล้านไร่เศษ คิดเป็นสัดส่วนดำเนินการ 51% ของแผนดำเนินงาน ซึ่งจะพยายามทำให้เสร็จสิ้นภายในปี 2570 แต่ยอมรับว่ามีปัญหาอุปสรรคหลายประการ ทั้งการบริหารจัดการ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้กำชับให้ สปก. ตัดขั้นตอนที่จะเป็นการสร้างเงื่อนไข และสร้างระยะเวลาให้เกษตรกรลำบากมากขึ้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงปัญหาเจ้าหน้าที่รังวัดที่มีไม่เพียงพอ
ปัญหาข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการออกโฉนดเพื่อการเกษตร ปัจจุบันพบพื้นที่ทับซ้อนในหลายหน่วยงานค่อนข้างมาก โดยได้ดำเนินงานประสานงานไปหลายหน่วยงานแล้ว เช่น กรมป่าไม้ ส่วนแนวทางการแก้ไข จะต้องใช้กระบวนการ One Map ขณะที่กรอบระยะเวลา หากปรับปรุงพื้นที่ทับซ้อนและประสานหน่วยงานเรียบร้อยก็จะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกัน สปก. มีนโยบายที่ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าถึงแหล่งทุน โดยมีกองทุน สปก. กู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 หรือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หากเป็นโฉนด กู้ได้ร้อยละ 80 หากเป็น ส.ป.ก 4-01 กู้ได้ร้อยละ 60 ส่วนการพัฒนาแหล่งน้ำ ได้บูรณาการร่วมกันทั้งหมด 16 หน่วยงาน ทำ MOU พัฒนาแหล่งน้ำต่าง ๆ เช่น ขุดสระ สร้างฝาย นอกจากนี้ ยังจัดกิจกรรมที่ดูแลโดยสำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี ดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน จัดอบรมเกษตรกร 5,300 ราย ส่งเสริมสินค้าเกษตรชีวภาพ การทำเกษตรแปลงใหญ่ พัฒนาธุรกิจชุมชน ลดการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ตลอดจนโครงการส่งเสริมอาชีพ แก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน พัฒนาผู้แทนเกษตรกรรวมไปถึง Smart Farmer
ทั้งนี้ นายยุทธนา ได้ฝากข้อเสนอไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ โดยเสนอว่าควรประสานงานไปยังท้องถิ่นต่าง ๆ เพื่อขอกำลังบุคลากรเพิ่มเติม โดยตามกฎหมายท้องถิ่นได้บัญญัติอำนาจหน้าที่ไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถกระทำได้ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร ซึ่งแต่ละกรณีก็มีความแตกต่างกัน ส่วนพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องรังวัดใหม่ไม่ให้เกิดปัญหาทับซ้อน และต้องอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า เพิ่มศักยภาพแหล่งน้ำ เพื่อเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ หากได้โฉนดเพื่อเกษตรแล้ว ควรแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับศักดิ์ของโฉนด ให้สามารถทำนิติกรรมหรือแปลงสินทรัพย์เป็นทุน สร้างโอกาสความมั่นคงมั่งคั่งให้กับเกษตรกรได้ เช่นเดียวกับโฉนดที่ดินทั่วไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง