ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ได้พิจารณาความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป โดยนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างชัดเจน ในเรื่องการขยายตลาดส่งออกและสินค้าและบริการจากการที่สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เปิดตลาดให้ไทยในระดับสูง และยกเว้นภาษีให้กับไทยในทันที ซึ่งสินค้าไทยที่จะได้รับประโยชน์ ครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตรและประมง สินค้าอุตสาหกรรม เช่น ข้าว ผัก ผลไม้สดและแปรรูป เนื้อสัตว์ปีกสดแปรรูป ซอสปรุงรส อาหารทะเลสดและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง นาฬิกาและชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า แผงวรจรและส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม สิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ยางพารา ยางยนต์และชิ้นส่วน ในด้านบริการ FTA เปิดโอกาสให้ไทยเปิดธุรกิจในสาขาที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพ เช่น ก่อสร้าง โรงพยาบาล บริการทางการแพทย์ ค้าปลีก ท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจด้านความงามและสุขภาพ และการดูแลสัตว์เลี้ยง
สำหรับข้อกังวลและแนวทางรองรับ นางศุภจี ยืนยันต่อรัฐสภาเพื่อสร้างความมั่นใจว่า ผลประโยชน์ของประเทศที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสมภายใต้ FTA ฉบับนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงก่อนเจรจาและตลอดระยะเวลา 2 ปีที่มีการเจรจากัน จนสามารถสรุปผลเจรจาได้ในการเปิดเสรีการค้า กระทรวงพาณิชย์รับทราบข้อกังวลจากการเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาในประเทศว่า อาจจะไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าปลาที่นำเข้าจาก EFTA ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาโดยร่วมกับข้อมูลอื่น ๆ เช่น ราคาปลาในประเทศและอัตราภาษีนำเข้าสินค้าปลาของไทยก่อนการจัดทำ FTA โดยพบว่า สินค้าปลาที่ EFTA ผลิตเป็นปลาเมืองหนาว มีราคาสูงกว่าปลาไทย ประมาณ 200-300 บาท/กิโลกรัมขณะที่สินค้าปลาส่วนใหญ่ของไทยมีอัตราภาษีนำเข้าร้อยละ 0 อยู่แล้วก่อนการเจรจา แต่ยังมีปลาเมืองหนาวแล่เป็นชิ้นจากต้นทาง ขณะนี้ยังมีภาษีอยู่ ซึ่งได้เจรจาให้สินค้าปลาเป็นสินค้าอ่อนไหวสูงสุด และทยอยลดอัตราภาษีนำเข้า โดยมีระยะเวลาในการปรับตัว 7-15 ปี ไม่ได้ลดภาษีทันทีตั้งแต่ความข้อตกลงมีผลบังคับใช้ และในอนาคตหากมีกรณีที่สินค้านำเข้าส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ FTA ฉบับนี้ ก็ยังมีมาตรการปกป้องทวิภาคี ในการปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าไปยังอัตราปกติ เพื่อคุ้มครองภาคการผลิตที่ได้รับผลกระทบได้ทันที
นางศุภจี กล่าวว่า ในเรื่องการให้ความช่วยเหลือผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิด FTA กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการสินค้าปลาและผลิตภัณฑ์แปรรูป ทั้งน้ำจืดและชายฝั่งทะเลให้พร้อมเข้าสู่ตลาดการค้าเสรี โดยได้จัดโครงการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมสินค้าเกษตรเติบโตอย่างยั่งยืนด้วย FTA และจัดงานนิทรรศการในงานแสดงสินค้า นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ เช่นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการผ่านกองทุน FTA ยกระดับการผลิตสัตว์น้ำมูลค่าสูง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้การสนับสนุนเงินทุนในการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติทางเกษตรที่ดี (GAP) กระทรวงอุตสาหกรรม สนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ปลา อย่างไรก็ตาม ความตกลงฉบับนี้ไม่มีการกำหนดกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนกับรัฐ (ISDS) ทำให้รัฐบาลไทยยังคงมีอำนาจกำหนดนโยบายและออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะได้อย่างเต็มที่
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง